
ทนไม่ไหว
เมื่อคนในตำแหน่งไม่ค่อยจะทำหน้าที่กัน โดยเฉพาะหน้าที่ปกป้องชื่อเสียงของประเทศในฐานะรัฐมนตรี ทั้งตามเวทีประชุมอาเซียนและตามสื่อนอกทั้งหลาย (อดีต) คนใน หลายคนจึงอดรนทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ตอบโต้แก้ต่างความเข้าใจผิดๆ ให้ใหม่เสียเอง
เมื่อคนในตำแหน่งไม่ค่อยจะทำหน้าที่กัน โดยเฉพาะหน้าที่ปกป้องชื่อเสียงของประเทศในฐานะรัฐมนตรี ทั้งตามเวทีประชุมอาเซียนและตามสื่อนอกทั้งหลาย (อดีต) คนใน หลายคนจึงอดรนทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ตอบโต้แก้ต่างความเข้าใจผิดๆ ให้ใหม่เสียเอง
“คุณธี” ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เพิ่งจะเข้าไปเปิดชื่อท้าชนตรงๆ ในคอมเมนต์ของเว็บไซต์นิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ ซึ่งมีบทความเกี่ยวกับการเมืองของไทย ฉบับวันที่ 1016 พ.ค. หัวข้อ “Everything is Broken”
บทความนี้เปิดมาก็เขียนโจมตีทันทีว่า จากรุ่งโรจน์เมื่อทศวรรษก่อน กลายเป็นรุ่งริ่งหลังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ประเทศไทยกำลังเสี่ยงที่จะอยู่ในภาวะสับสน ไร้ขื่อแป และการนองเลือดตามมา
ไม่รู้ว่าอ่านไปอ่านมาแล้ว จะเห็นเป็นภาพพร้อมเสียงของใครบางคนดังขึ้นมาในหัวว่า “ลาออกไม่ได้เพราะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง” หรือไม่
แถมเจอเขียนแบบเลือกข้างฟันธงอย่างนี้ แต่กลับไม่ให้ข้อมูลคนอ่านรอบด้าน ซ้ำไม่บอกแม้เหตุผลของการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมจนเป็นเหตุให้นายกฯ พ้นสภาพ งานนี้ “คุณธี” จึงทนไม่ไหว ต้องขอชี้แจงเป็น 1 ในกว่า 210 คอมเมนต์สุดร้อนแรงของบทความนี้ ด้วยเหตุผล 6 ข้อว่า “เหตุใด ผู้ประท้วงจึงปฏิเสธการจัดเลือกตั้งอย่างทันทีในไทย” ดังนี้
1.ผู้ลงสมัครเลือกตั้งจะต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หากได้รับเลือกแล้ว แต่กลับลาออกจากพรรค ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งด้วย เพราะขาดคุณสมบัติการเป็น สส. ทำให้ สส.มีสภาพราวกับทาสพรรคการเมือง
2.สมาชิกพรรคไม่ได้รับโอกาสให้ลงเลือกตั้งจากการลงมติโหวตภายในพรรค แต่มาจากสายสัมพันธ์ของกลุ่มการเมืองในพรรค
3.ระหว่างการหาเสียง พรรคการเมืองสามารถเสนอนโยบายประชานิยม โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียดหรือที่มาของงบ ทำให้ประชาชนเห็นแต่ข้อดีของนโยบายเพียงด้านเดียวเท่านั้น
4.รัฐสภาไม่มีการตรวจสอบนโยบายประชานิยม
5.มาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่นของไทยยังอ่อนแอ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวกับนโยบายประชานิยม ซึ่งมีการเปิดช่องโหว่ให้คอร์รัปชั่นทางนโยบาย
6.การตรวจสอบโดยสื่อมวลชนยังอ่อนแอ การไม่มีข้อจำกัดการใช้งบของรัฐในการทำอีเวนต์ เปิดช่องให้รัฐสามารถทำธุรกิจกับสื่อบางกลุ่มได้
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงในไทยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเรื่องดังกล่าวและจุดอ่อนอื่นๆ ก่อนที่จะจัดการเลือกตั้ง ซึ่งหากมีการแก้ไขให้เงื่อนไขการเลือกตั้งเป็นไปโดยยุติธรรมอย่างแท้จริงแล้ว พวกเขาไม่สนว่าใครจะชนะหรือแพ้
ลงชื่อ Thirachai Phuvanatnaranubala, Former Minister of Finance, Thailand
แหม...ทำหน้าที่ในฐานะ “คนไทย” ได้เยี่ยมกว่าท่านๆ ที่ตำแหน่งค้ำคออีกนะเนี่ย







