posttoday
เกษตรเมืองเบียร์

เกษตรเมืองเบียร์

12 พฤษภาคม 2557

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์ หรือออร์แกนิก มีแนวโน้มความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคแถบยุโรป ที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคพืชผักผลไม้ปลอดสารเคมีปนเปื้อน ทำให้นวัตกรรมด้านการเกษตรอินทรีย์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตามมาด้วย โดยเฉพาะในเมืองเบียร์ ประเทศเยอรมนี

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์ หรือออร์แกนิก มีแนวโน้มความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคแถบยุโรป ที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคพืชผักผลไม้ปลอดสารเคมีปนเปื้อน ทำให้นวัตกรรมด้านการเกษตรอินทรีย์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตามมาด้วย โดยเฉพาะในเมืองเบียร์ ประเทศเยอรมนี

คุณาวุฒิ บุญญานพคุณ ผู้จัดการฝ่าย (อุตสาหกรรมเศรษฐนิเวศ) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ให้ข้อมูลภาพรวมการทำเกษตรอินทรีย์ของเยอรมนี โดยระบุว่าในปี 2555 ประเทศเยอรมนีมีจำนวนฟาร์มที่ดำเนินการภายใต้ระบบเกษตรอินทรีย์มากถึง 23,032 ฟาร์ม คิดเป็นสัดส่วนราว 7.7% ของจำนวนฟาร์มทั้งหมดในประเทศ หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1,034,355 เฮกเตอร์ (หรือ 6.2% ของพื้นที่การเกษตรทั้งประเทศ) เปรียบเทียบกับ 10 ปีก่อนหน้านี้ พื้นที่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นถึง 48% โดยฟาร์มเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกของสมาคมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์หรือหน่วยรับรองมาตรฐานต่างๆ ในประเทศเยอรมนี เช่น Bioland, Demeter, Naturland, Biokreis, ECOVIN,ECOland และ Biopark เป็นต้น

นอกจากนี้ ตัวแทนจากหน่วยงานส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง “สมาพันธ์อุตสาหกรรมการค้าเกษตรอินทรีย์” ตั้งแต่ต้นปี 2545 เพื่อเป็นหน่วยขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ทั้งหมดของประเทศ จากความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์ในประเทศเยอรมนีนี้เองทำให้กฎระเบียบและข้อบังคับในการขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศเยอรมนีมีความเข้มงวดมากกว่าข้อบังคับของสหภาพยุโรปในหลายประเด็น

ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่ง คือ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา รายได้ต่อหัวต่อปีของเกษตรกรเยอรมันที่ทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์จะสูงกว่าเกษตรที่ทำฟาร์มทั่วไป และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งฟาร์มเกษตรอินทรีย์ขยายตัวค่อนข้างมาก ทำให้รายได้ต่อหัวต่อปีของเกษตรกรที่ทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ (30,982 ยูโร) ต่ำกว่าฟาร์มแบบทั่วไป (33,002 ยูโร)

การสำรวจดังกล่าวทำจากตัวอย่างฟาร์มเกษตรอินทรีย์ 433 ฟาร์ม และฟาร์มทั่วไป 2,278 ฟาร์ม (ที่มา : http://www.ti.bund.de) อาจกล่าวได้ว่าตลาดผลิตภัณฑ์อินทรีย์ของประเทศเยอรมนีได้เริ่มเข้าสู่ตลาดกระแสหลักแล้ว ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่จำหน่ายในประเทศเริ่มมีราคาลดลง ในส่วนของข้อมูลด้านการตลาด ประเทศเยอรมนีนับว่าเป็นตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารอินทรีย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา โดยมูลค่าตลาดขยายตัวจาก 1,480 ล้านยูโร ในปี 2540 เป็น 7,040 ล้านยูโร เมื่อปี 2555 คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.7% ของมูลค่าตลาดอาหารทั้งหมดในประเทศ และคาดว่าตลาดเกษตรอินทรีย์เยอรมนีจะยังเติบโตไปอีกหลายปี

หากหันกลับมามองในไทยจะเห็นว่าต้องเร่งกำหนดนโยบาย ภายใต้โมเดลซีเอสอาร์ ประกอบด้วย ซีคอนซูเมอร์ เอสซัพพอร์ต และ อาร์รีวอร์ด โดยทั้ง 3 ประเด็นนี้ สนช.จะนำมาซึ่งการพัฒนาเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นรูปธรรมในไทยต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค