
กระเป๋าหนัง"Bagspace" เกาะเฟซบุ๊กขาย
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
จากจำนวนผู้ใช้งานเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก (Facebook) ในไทยที่มีผู้ลงทะเบียนบัญชีใช้งานอยู่ที่ 24 ล้านรายต่อเดือน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2556) เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจหน้าใหม่ในไทยที่อาศัยสื่อเฟซบุ๊กเป็นหน้าร้านเสมือนจริงขายสินค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับ ปกรณ์ กิตติประสาธน์ คนรุ่นใหม่วัย 26 ปี หนึ่งในหุ้นส่วนธุรกิจสินค้ากระเป๋าหนังแท้ ภายใต้แบรนด์ Bagspace ที่อาศัยช่องทางสื่อเฟซบุ๊กเข้ามาช่วยทำตลาดสินค้า ผ่านพลังแห่งการไลค์ (Like) และการแชร์ต่อๆ ไปในสังคมออนไลน์ ที่เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมา
โอกาสจากการทำตลาดกระเป๋าหนังแท้และผลิตภัณฑ์หนังแท้อื่นๆ สำหรับผู้ชายในราคาที่สมเหตุสมผลซึ่งช่วงแรกจะเป็นการทำตลาดช่องทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.bagspace.in.th และเว็บบอร์ดเป็นหลัก และเห็นว่าหากต้องการสร้างแบรนด์สินค้า Bagspace ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักผู้ชายวัยเริ่มต้นทำงานได้จริง ก็จำเป็นที่จะต้องสื่อสารการตลาดร่วมกับผู้บริโภคมากขึ้น และเห็นว่าโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก น่าจะตอบโจทย์ดังกล่าวได้ในรูปแบบหน้าเพจเฟซบุ๊ก โดยปัจจุบันมีจำนวนแฟนเพจเข้ามาคลิกไลค์มากกว่า 1.7 แสนราย
สำหรับการทำตลาดของ Bagspace บนเฟซบุ๊กนั้น จะใช้การโฆษณาบนเฟซบุ๊ก โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายร่วมกับการโปรโมทโพสต์แบบรูปภาพและลิงก์เว็บไซต์ที่เชื่อมต่อระหว่างกันทั้งเว็บไซต์ของบริษัท www.bagspace.in.th และเพจเฟซบุ๊ก ที่ปัจจุบันยังต่อยอดธุรกิจกระเป๋าและอุปกรณ์ของใช้ (แอกเซสซอรี) หนังแท้ของ Bagspace ออกไปต่างประเทศอย่างอินโดนีเซียเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ด้วย จากการใช้เฟซบุ๊กเข้ามาช่วยทำการตลาดออนไลน์ ด้วยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ชายชาวอินโดนีเซียเช่นเดียวกัน
“จากการทำการตลาดออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก ทำให้ Bagspace สามารถเจาะตลาดอินโดนีเซียได้ โดยได้รับผลตอบแทนจากการโฆษณามากถึง 10 เท่าภายใน 1 เดือนแรก นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชียด้วยการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดผ่านทางสื่อเฟซบุ๊กด้วย” ปกรณ์ กล่าว
สำหรับแบรนด์ Bagspace ได้วางแนวคิดผลิตภัณฑ์ คือ “ดูราเอเบิล แอนด์ ฟังก์ชั่นแนล” ที่ให้ความทนทานและการใช้งานที่หลากหลาย วางราคาจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์แอกเซสซอรี หนังแท้ตั้งแต่ 900 บาท และกระเป๋าหนังแท้ ราคาเฉลี่ย 2,0001.39 หมื่นบาท โดยปัจจุบันได้ว่าจ้างโรงงานจากภายนอก (เอาต์ซอร์ส) หลายแห่งเป็นผู้ผลิตสินค้าในรุ่น หรือรูปแบบต่างๆ โดยมีกำลังการผลิตเฉลี่ย 30 ใบต่อรุ่นต่อเดือน
นอกจากจะมีหน้าร้านเสมือนจริงผ่านช่องทางสื่อออนไลน์เว็บไซต์และเฟซบุ๊กแล้ว ในปัจจุบัน Bagspace ยังได้ลงมาทำตลาดออฟไลน์ผ่านหน้าร้านจริง จำนวน 2 สาขาในปัจจุบัน คือ ย่านทาวน์ อิน ทาวน์ รามคำแหง ที่ใช้เป็นสำนักงานด้วย และอีกหนึ่งแห่งอยู่ที่ ศูนย์การค้าชุมชน (คอมมูนิตี้ มอลล์) เดอะ เซอร์เคิล (The Circle) ถนนราชพฤกษ์ ที่เปิดมาแล้ว 1 ปี ตั้งแต่เดือน พ.ค.ปีก่อน
สำหรับสัดส่วนลูกค้าในปัจจุบัน โดยหลักๆ แล้วจะต่อยอดมาจากสื่อออนไลน์ ที่เห็นภาพผลิตภัณฑ์สินค้าจากเว็บและต้องการเห็นของจริงและตัดสินใจซื้อในที่สุด โดยมีสัดส่วนยอดขายจากช่องทางออนไลน์อยู่ที่ 70% และช่องทางออฟไลน์อยู่ที่ 30% และมีจำนวนลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าหลักๆ ที่มีคุณภาพ (แอ็กทีฟ) ราว 10% ของจำนวนผู้ที่กดไลค์เพจ Bagspace ที่มีกว่า 1.7 แสนราย
ปกรณ์กล่าวปิดท้ายว่า การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในปัจจุบัน กุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่ง คือ การใช้ช่องทางการตลาดที่จะต้องเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ใกล้ชิดกับโลกสังคมออนไลน์







