
การเมืองไทยร้อนแรงเงินบาทอ่อน
เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว จากระดับ 32.35 บาท/เหรียญสหรัฐ มาที่ 32.64 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงคืนวันศุกร์หลังจากที่มีคำพิพากษาออกมาของศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. จึงทำให้สถานการณ์ทางการเมืองเหมือนเข้าสู่จุดผันเปลี่ยนอย่างรุนแรง ประเด็นที่เข้ามากระทบกับราคาทองคำก็คือการที่เงินบาทอ่อนค่าลงอยู่เรื่อยๆ ต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจกับการเมืองของไทยและเทขายหุ้นออกมา สิ่งที่มากระทบกับราคาทองคำก็คือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงทุกๆ 1 บาท จะมีผลต่อราคาทองคำประมาณ 650 บาท/บาททองคำ หรือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าเงินบาทอ่อนค่าขึ้น 50 สตางค์ จะทำให้ราคาทองคำไทยปรับตัวสูงขึ้น 325 บาท/บาททองคำนั่นเอง การเมืองเริ่มส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศโดยที่นักวิชาการฝ่ายต่างๆ เริ่มออกมาประเมินถึงสภาพเศรษฐกิจต่างๆ เนื่องจากปัญหาการเมืองไทยเริ่มส่งผลกระทบสู่นักธุรกิจรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ ในลักษณะลูกโซ่แล้ว ในฐานะภาคเอกชนจึงอยากให้การเมืองมีจุดยุติที่สงบและทำให้การปกครองของประเทศมีความชัดเจน ซึ่งก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองในขณะนี้ ขอให้ทุกคนยึดถือผลประโยชน์โดยส่วนรวมของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง นักธุรกิจโดยทั่วไปอยู่ในสภาวะท้อแท้เบื่อหน่ายต่าง
เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว จากระดับ 32.35 บาท/เหรียญสหรัฐ มาที่ 32.64 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงคืนวันศุกร์หลังจากที่มีคำพิพากษาออกมาของศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. จึงทำให้สถานการณ์ทางการเมืองเหมือนเข้าสู่จุดผันเปลี่ยนอย่างรุนแรง ประเด็นที่เข้ามากระทบกับราคาทองคำก็คือการที่เงินบาทอ่อนค่าลงอยู่เรื่อยๆ ต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจกับการเมืองของไทยและเทขายหุ้นออกมา สิ่งที่มากระทบกับราคาทองคำก็คือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงทุกๆ 1 บาท จะมีผลต่อราคาทองคำประมาณ 650 บาท/บาททองคำ หรือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าเงินบาทอ่อนค่าขึ้น 50 สตางค์ จะทำให้ราคาทองคำไทยปรับตัวสูงขึ้น 325 บาท/บาททองคำนั่นเอง การเมืองเริ่มส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศโดยที่นักวิชาการฝ่ายต่างๆ เริ่มออกมาประเมินถึงสภาพเศรษฐกิจต่างๆ เนื่องจากปัญหาการเมืองไทยเริ่มส่งผลกระทบสู่นักธุรกิจรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ ในลักษณะลูกโซ่แล้ว ในฐานะภาคเอกชนจึงอยากให้การเมืองมีจุดยุติที่สงบและทำให้การปกครองของประเทศมีความชัดเจน ซึ่งก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองในขณะนี้ ขอให้ทุกคนยึดถือผลประโยชน์โดยส่วนรวมของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง นักธุรกิจโดยทั่วไปอยู่ในสภาวะท้อแท้เบื่อหน่ายต่างๆ นานา ก็เรียกได้ว่าไม่อยากฝักใฝ่ฝ่ายใด เพียงแต่อยากเห็นความสงบสุขและความเจริญของประเทศเป็นที่ตั้งมากที่สุด
สำหรับราคาทองคำในระดับโลกเองจะเห็นความผันผวนเล็กน้อยในทิศทางขาลงที่ค่อยๆ ปรับตัวลดลงและทรงตัว เนื่องจาก วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เริ่มกลับมาพูดในลักษณะอ่อนข้อลง จึงทำให้สิ่งที่นักลงทุนควรจะต้องติดตามและยึดถือคือปัจจัยพื้นฐานหลัก ซึ่ง MTS Gold แนะนำมาโดยตลอดว่าการวิเคราะห์จะต้องยึดหลักของปัจจัยพื้นฐานที่มากระทบกับราคาทองคำเป็นสำคัญ นั่นคือตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา และวันนี้ก็ได้นำกราฟตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญมาให้เห็นเพื่อเปรียบเทียบถึงพัฒนาการของการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาอย่างมั่นคง ซึ่งจะส่งผลต่อการปรับลด QE ลงอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำในขาลง ณ ขณะนี้ แม้ว่าจะเป็นการปรับตัวลดลงอย่างช้าๆ และค่อยๆ ปรับตัวก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือว่า Demand และ Supply ก็ยังคงทรงตัวและไม่กระเตื้องเท่าไหร่นัก อันเนื่องจากฝั่งผู้ซื้อเองก็ดูไม่ได้เร่งรีบจะเข้ามาช้อนซื้อเท่าไหร่นัก ดังนั้นคงจะต้องดูปัจจัยพื้นฐานของตัวเลขเศรษฐกิจเป็นหลัก
และจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในสัปดาห์นี้ (12-16 พ.ค. 2557) จะพบว่ามีตัวเลข Federal Budget Balance ซึ่งจะประกาศในวันจันทร์นี้มีการคาดการณ์ว่าจะดีขึ้นอย่างมาก ขณะที่ตัวเลขในวันอังคารและวันศุกร์จะออกมาในเชิงกลางๆ และขอให้นักลงทุนติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิด ซึ่ง MTS Gold ก็จะมีการวิเคราะห์เจาะลึกรายวันผ่านทางเว็บไซต์ www.mtsgold.co.th เพื่อให้ได้ติดตามใกล้ชิด ในขณะที่ท่านใดที่ต้องการติดตามผ่านทางสถานีโทรทัศน์สามารถติดตามได้ทุกวันจันทร์ศุกร์ กับรายการ “รู้ก่อนรวยกว่า” ผ่านทางช่อง TNN 24 เวลา 13.00-13.30 น. และรายการ “Gold Tonight by MTS Gold” ทางสถานี Money Channel ช่อง 117 สำหรับกล่อง HD หรือช่อง 47 สำหรับกล่อง SD เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดการลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ MTS Call Center 02-770-7777







