posttoday
ดุสิตฯ ปรับตัวฝ่ามรสุมพิษการเมืองถล่มท่องเที่ยว

ดุสิตฯ ปรับตัวฝ่ามรสุมพิษการเมืองถล่มท่องเที่ยว

12 พฤษภาคม 2557

ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตการเมืองที่ลากยาว

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตการเมืองที่ลากยาว เพราะเป็นวิกฤตที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทำให้ต้องสูญเสียตลาดไปค่อนข้างมาก และจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะต้องปรับตัวรับมือ ไม่เว้นแม้กระทั่งรายใหญ่อย่างเครือโรงแรมดุสิตธานี

ชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงแรมดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงแรมมีกลุ่มลูกค้า 2 กลุ่ม คือ ตลาดต่างชาติ ที่ครึ่งปีแรกน่าจะไม่ดี แต่ครึ่งปีหลังตลาดน่าจะดีขึ้นถ้าสถานการณ์การเมืองไม่เลวร้ายไปกว่านี้ อีกตลาดคือคนไทย ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะปัญหาการเมืองได้ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว บริษัทต่างๆ ลดงบจัดประชุมสัมมนาเพราะยอดขายตก ขณะที่คนทั่วไปรายได้ลด ประกอบกับความไม่มั่นใจในอนาคต จึงเที่ยวลดลง ทำให้ตลาดในประเทศโดยรวมลดลงมาก

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เครือดุสิตฯ อาจชะลอโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่โรงแรมใน จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ใกล้โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ไปก่อน รอการเมืองคลี่คลายจึงเดินหน้าต่อ เพราะมองว่าหากลงทุนช่วงนี้จะไม่คุ้มค่า สาเหตุเพราะพื้นที่นครราชสีมา จะทำคอมมูนิตี้ มอลล์ และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย ซึ่งยังไม่กล้าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม โครงการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่โรงแรมในพื้นที่อื่น ที่เคยศึกษาไว้ว่าจะทำพร้อมๆ กับนครราชสีมา คือ หัวหิน และสมุย จะยังเดินหน้าต่อ เพราะเป็นจุดหมายท่องเที่ยว กลุ่มเป้าหมายไม่ได้มีแค่คนไทย แต่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังมามาก โดยที่หัวหินจะเป็นโครงการบ้านหรือคอนโดมิเนียม ส่วนสมุยยังไม่ได้สรุป งบลงทุนที่ใช้ยังไม่สรุปเช่นกัน เพราะบางโครงการยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหน ยังมีตัวเลือกหลายอย่างที่มองไว้

นอกเหนือจากนี้สิ่งที่เครือดุสิตฯ ทำเพื่อรับมือสถานการณ์ช่วงนี้ คือ เน้นควบคุมค่าใช้จ่าย เช่น ใน 34 เดือนที่ผ่านมา ก็ปิดตึกโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ไป 1 ตึก จากที่มี 2 ตึก รวมทั้งหันไปเพิ่มรายได้โรงแรมในต่างจังหวัดและต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งช่วงที่เหลือของปีนี้ไม่มีแผนเปิดโรงแรมใหม่ในไทยเลย แต่จะเปิดในต่างประเทศ 45 แห่ง ได้แก่ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา เกาะกวม กาตาร์ ไหหลำ ประเทศจีน และกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ขณะที่แผนตลาดหลังจากนี้จะเน้นโปรโมทโรงแรมใหม่ในต่างประเทศ พร้อมทำโปรโมชั่นโรงแรมเดิมควบคู่ไปด้วย

ชนินทธ์ กล่าวว่า รายได้เครือดุสิตฯ มาจากโรงแรมในประเทศ 70% ต่างประเทศ 30% แต่ 3 ปีข้างหน้า รายได้จากโรงแรมต่างประเทศจะมากขึ้นจนอาจเท่ากับรายได้โรงแรมในประเทศ เป็นผลจากที่เครือดุสิตฯ พยายามหาพันธมิตรขยายโรงแรมในต่างประเทศ ขณะนี้มีโครงการใหม่ 2025 โครงการ จะเปิดตัว 2 ปีข้างหน้า ทั้งหมดรับบริหาร ไม่ได้ลงทุนเอง

ทั้งนี้ เครือดุสิตฯ มีลูกค้าหลักเป็นต่างชาติ คนไทยสัดส่วนไม่ถึง 10% ผลกระทบการเมืองที่ได้รับจะน้อยกว่าโรงแรมที่มีกลุ่มเป้าหมายคนไทย แต่สิ่งที่ห่วง คือ องค์กรสำคัญกับการท่องเที่ยว เช่น การบินไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้การท่องเที่ยวไทยดีหรือไม่ดี เพราะ 30% ของนักท่องเที่ยวที่มาไทย เดินทางผ่านการบินไทย ถ้าการบินไทยมีปัญหาขาดทุนและฝ่ายบริหารมองภาพระยะสั้น แก้ปัญหาประหยัดต้นทุนด้วยการลดเที่ยวบิน จะมีผลต่อการท่องเที่ยวมากขึ้นทันที เพราะทำให้ช่องทางที่คนจะมาไทยลดลง ฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรรีบแก้ปัญหาการบินไทยให้ได้เร็วที่สุด

การปรับตัวรับมือกับวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัว คือ ภารกิจสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวอยู่รอดได้ เหมือนที่เครือดุสิตฯ พยายามทำอยู่ในขณะนี้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน