หุ้นไทย8พ.ค.ร่วง23จุด
หุ้นไทย8พ.ค.ปิดที่ 1,379.02 จุด ลดลง 23.59 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,734.07 ล้านบาท
หุ้นไทย8พ.ค.ปิดที่ 1,379.02 จุด ลดลง 23.59 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,734.07 ล้านบาท
ภาวะตลาดหุ้นวันที่ 8 พ.ค.2557 ปรับตัวลงหนักสวนทางตลาดหุ้นเอเซีย เนื่องจากได้รับปัจจัยลบทางการเมือง ดัชนีต่ำสุด 1,377.51 จุด และปิดที่ 1,379.02 จุด ลดลง 23.59 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,734.07 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
1.SAWAD ปิด 10.60 บาท เพิ่มขึ้น 3.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,893.35 ล้านบาท
2.JAS ปิด 8 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,960.40 ล้านบาท
3.KBANK ปิด 187.50 บาท ลดลง 4 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,940.68 ล้านบาท
4.ADVANC ปิด 229 บาท ลดลง 7 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,913.12 ล้านบาท
5.CPALL ปิด 43 บาท ลดลง 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,487 .00 ล้านบาท
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเชียพลัส กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรงจากแรงกดดันทางการเมือง ภายหลังจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในคดีโยกย้ายเลขา สมช. ส่งผลให้รักษาการนายนกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีส่วนหนึ่งสิ้นสถานภาพลง ซึ่งทำให้เกิดภาพของความสับสนว่า คณะรัฐมนตรีที่เหลือจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีรักษาการณ์ได้นานเพียงใด อีกทั้งการเลือกตั้งที่เคยฉายภาพว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 20 ก.ค. 2557 ยังจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่
“หากปัญหาทางการเมืองเกิดภาพของความชัดเจนมากขึ้น กระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง เพราะเมื่อเทียบการไหลเข้า-ออกของกระแสเงินทุนในกลุ่ม TIPs ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนการกลับเข้ามาซื้อน้อยที่สุดนับตั้งแต่เกิดการไหลกลับในช่วงปีที่ โดยตลาดหุ้นไทยมีเงินทุนไหลกลับเพียง 11.5% ของยอดเงินทุนสุทธิที่ไหลออก ขณะที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ มีกระแสเงินทุนไหลกลับถึง 60 และ 72% ตามลำดับ “ นางภรณี กล่าว
สำหรับพรุ่งนี้ คาดหุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบ เนื่องจากภาพของการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน ว่าคณะรัฐมนตรีรักษาการจะบริหารประเทศได้นานเพียงใด และการเลือกตั้งครั้งใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อีกทั้งความกังวลต่อการปะทะกันของสองกลุ่มการเมืองระหว่าง กลุ่ม กปปส. กับกลุ่ม นปช.ด้านกลยุทธ์ แนะเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโครเคมี อาทิ PTT ,IVL, IRPC โดยประเมินแนวรับ 1,375 จุด แนวต้าน 1,390 จุด







