
คิวทีซีเอ็มอีสบช่องขนวิศวกรบุกเพื่อนบ้าน
ข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ด้านวิศวกรรม เปิดให้เคลื่อนย้ายเสรีวิชาชีพวิศวกร
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ด้านวิศวกรรม เปิดให้เคลื่อนย้ายเสรีวิชาชีพวิศวกร ที่กลายเป็นโอกาสของบริษัทผู้ให้บริการงานวิศวกรรมระบบ (เอ็มอีพี) ในการเคลื่อนย้ายออกไปรับงานในประเทศเพื่อนบ้านด้วย
ธิติวรการ เงินนำโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซีเอ็มอี เป็นหนึ่งในผู้บริหารที่มองว่า ต้องหาช่องทางไปรับงานวิศวกรรมระบบในอาเซียนด้วย
“เราเคยตั้งเป้าจะเป็นที่หนึ่งของผู้ให้บริการงานวิศวกรรมระบบขนาดกลางของไทยภายในปี 2558 แต่ปี 2556 ที่ผ่านมาเราก็บรรลุเป้าหมายนั้นไปแล้ว ตอนนี้เราจึงตั้งเป้าหมายใหม่ คือ การเติบโตต่อไปในอาเซียนตั้งแต่ปีหน้า”
เขาเล่าว่า ปี 2557 นี้จึงถือเป็นปีแห่งการ “ตั้งลำ” ต้องเร่งพัฒนาภายในองค์กรเพื่อให้พร้อมต่อการเดินทางครั้งใหม่สู่ประเทศพม่า และลาวกับพันธมิตรชาวไทยและพันธมิตรท้องถิ่น
การบ้านข้อแรก คือ การบริหารจัดการต้นทุน บริษัทจะต้องศึกษาต้นทุนทั้งหมดอย่างละเอียด แล้วหาช่องทางลดต้นทุนดังกล่าวตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้มีโมเดลการบริหารต้นทุนที่เหมาะสมก่อนออกไปเจาะตลาดต่างประเทศ
ข้อถัดมา คือ การเตรียมพร้อมด้าน “กำลังคน” ปัจจุบันบริษัทมีวิศวกรอยู่ประมาณ 60 คน มีผู้ที่น่าจะพร้อมขึ้นทะเบียนเป็นวิศวกรอาเซียนได้ทันทีราว 10 คน ขณะที่ส่วนที่เหลือยังเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นระดับภาคีวิศวกร หากยังอยู่ระดับดังกล่าวต่อไปจะไม่สามารถขึ้นทะเบียนระดับอาเซียนได้ บริษัทจึงเตรียมพิจารณามาตรการสร้างแรงจูงใจให้วิศวกรในบริษัทที่พยายามพัฒนาตัวเองจนเลื่อนระดับขึ้นมาเป็นสามัญวิศวกร วุฒิวิศวกร และวิศวกรอาเซียน
นอกจากนี้ บริษัทยังต้องพิจารณารับวิศวกรเข้ามาทำงานเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเพิ่มปริมาณโครงการในมือในหนึ่งช่วงเวลา และตอบโจทย์เป้ารายได้ 3,000 ล้านบาท ในปี 2563 เบื้องต้นประเมินว่าต้องมีวิศวกรรวมกันไม่น้อยกว่า 150 คน โดยบริษัทจะเปิดกว้างรับทั้งวิศวกรไทยและวิศวกรจากประเทศต่างๆ ในอาเซียน
ธิติวรการ ย้ำว่า ปริมาณวิศวกรเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้องค์กรก้าวไปได้ คุณภาพของวิศวกรและการทำงานจะเป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรต่างๆ ในอาเซียนไว้วางใจใช้บริการบริษัท เขาจึงตั้งเป้าว่าจะต้องฝึกอบรมวิศวกรของเขาอย่างเต็มที่ ทั้งพนักงานเก่าและพนักงานใหม่ ขอเป็นเพียงคนที่อดทน สู้งาน จริงจัง และซื่อสัตย์
“แม้แผนอย่างหนึ่งที่เราเตรียมรับประชาคมอาเซียน คือ การบริหารจัดการต้นทุน แต่สำหรับต้นทุนการฝึกอบรมพัฒนาคน เรายินดีจ่าย ค่าฝึกอบรมพนักงานอาจจะแค่ 12 หมื่นบาท แต่ของชิ้นหนึ่งที่เราต้องดูแลอาจจะมูลค่าหลายล้านบาท เราจึงมองว่าการฝึกอบรมเป็นเรื่องคุ้มค่ามาก หากป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้”
ธิติวรการ บอกอีกว่า จุดแข็งที่บริษัทจะใช้ในการก้าวสู่เวทีอาเซียน คือ ความไว้วางใจ เช่นเดียวกับที่เป็นจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจในไทย ในแง่การติดต่อกับคน บริษัทจะใช้ความจริงใจในการเจรจาธุรกิจ การไม่เอารัดเอาเปรียบ แสดงให้เขาเห็นว่าไทยไม่ได้จะก้าวข้ามเขา โดยจะสร้างความรู้สึกนี้กับทั้งลูกค้า ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตลอดจนพนักงานในบริษัท ในแง่คุณภาพเขาจะใช้มาตรฐานไอเอสโอ ที่คิวทีซีเอ็มอีมีอยู่แล้วในการยืนยันมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยในการดำเนินงาน
ทั้งนี้ เขามองว่าหากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คือ ผู้ดูแลอวัยวะภายนอก ผู้ให้บริการงานเอ็มอีพีอย่างเขาก็คือ ผู้ดูแลอวัยวะภายใน หากอวัยวะภายใน ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบแอร์ไม่ดี ก็จะส่งผลต่ออวัยวะภายนอก ด้วยประสบการณ์รับงานอาคารขนาดใหญ่มาแล้วจำนวนมาก ทำให้เขามั่นใจว่าจะเข้าไปทำให้อวัยวะภายในของอาคารต่างๆ ในอาเซียนใช้การได้ดีและทำให้อวัยวะภายนอกแจ่มใสตลอดเวลา
“ผมมองว่าธุรกิจงานวิศวกรรมระบบ เป็นธุรกิจของคนรุ่น Babyboomer ไม่ก็คน Gen X เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความอดทนสูง ภาพรวมบริษัทของเราอายุเฉลี่ยไม่มาก ผู้บริหารเป็นกลุ่ม Gen X อายุ 40 ปีต้นๆ ทั้งหมดนี้จึงทำให้เราเป็นบริษัทไฟแรง พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ตลอดเวลา และไม่กลัวผู้เล่นรายใหม่ทั้งสัญชาติไทยและอาเซียน”







