
รถไฟไม่เปลี่ยนแปลง
1 ปี 6 เดือน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตัดสินใจเลือก “ประภัสร์ จงสงวน” มานั่งเก้าอี้ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และจะครบวาระในวันที่ 18 พ.ค. 2558 ประชาชนแทบจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในการบริการของรัฐวิสาหกิจที่ขึ้นชื่อลือชาว่า บริการสุดซึ้ง ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง
1 ปี 6 เดือน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตัดสินใจเลือก “ประภัสร์ จงสงวน” มานั่งเก้าอี้ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และจะครบวาระในวันที่ 18 พ.ค. 2558 ประชาชนแทบจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในการบริการของรัฐวิสาหกิจที่ขึ้นชื่อลือชาว่า บริการสุดซึ้ง ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง
โบกี้รถไฟยังเก่า สกปรก เละเทะ และเหม็นหึ่ง เหมือนเดิม มิเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 20 ปีก่อน
ความล่าช้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง ประชาชนเลิกหวังกับการตรงเวลา ทั้งๆ ที่รถยนต์ทุกคันต้องจอดรอให้ขบวนรถไฟวิ่งผ่านตามสี่แยก สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการไร้ประสิทธิภาพ
วันก่อนเดินทางกลับจากเด่นชัยกรุงเทพฯ ซึ่งตามหน้าตั๋วระบุว่าจะออกในเวลา 1 ทุ่มตรง แต่พอถึงเวลากลับไม่มีหัวรถจักรมาลากขบวนรถไฟออกจากเด่นชัย สอบถามพนักงานประจำตู้ได้ความว่า รถขบวนนี้จะเสียเวลา 200 นาที ฟังไม่ผิด 200 นาทีจริง ลองคูณเอาเองว่ารอกันกี่ชั่วโมง
ถามว่า ทำไมรถเสียเวลาขนาดนั้น พนักงานบอกว่า ต้องรอหัวรถจักรวิ่งขึ้นมาจากพิษณุโลก และที่เสียเวลาเพราะรถไฟมีการลงทุนปรับปรุงเส้นทางต่างๆ หลายสายเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง
วันนั้นแทนที่จะถึงกรุงเทพฯ ในเวลาตีห้าครึ่ง กลับถึงกรุงเทพฯ สิบโมงเศษ
พอฟ้าสว่างผมแทบตะลึงและตาสว่างกับผลขาดทุนของรถไฟนับแสนล้านบาท เพราะตามรายทางนั้น ไม้หมอน ปูน รางเหล็ก จำนวนมากเรียงรายก่ายกองตลอดเส้นทาง หากนำมาวางเรียงกันน่าจะยาวกว่าอยุธยาถึง กทม. ไม่นับโบกี้เก่าหัวรถจักรพังอีกเพียบ
หากจัดการดีสามารถลดต้นทุนได้อักโขทีเดียว







