posttoday
เดอะมอลล์...555 ลงทุน 5 หมื่นล. 5 แห่ง ใน 5 ปี

เดอะมอลล์...555 ลงทุน 5 หมื่นล. 5 แห่ง ใน 5 ปี

07 พฤษภาคม 2557

หลังออกมาเปิดตัวศูนย์การค้าน้องใหม่ไป 2 แห่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ปีนี้บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จะเปิดตัวโครงการใหม่อีก 2 โครงการ คือ โครงการ “บลูเพิร์ล” ใน จ.ภูเก็ต และโครงการ “แบงค็อก มอลล์” ในย่านบางนา ตรงข้ามกับศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

หลังออกมาเปิดตัวศูนย์การค้าน้องใหม่ไป 2 แห่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ปีนี้บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จะเปิดตัวโครงการใหม่อีก 2 โครงการ คือ โครงการ “บลูเพิร์ล” ใน จ.ภูเก็ต และโครงการ “แบงค็อก มอลล์” ในย่านบางนา ตรงข้ามกับศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

จากโครงการใหม่ที่ทยอยออกมาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาตามแผนอีก 5 ปีนับจากนี้จำนวน 5 โครงการ รวมมูลค่าลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการดิ เอ็มควอเทียร์ 2.โครงการดิ เอ็มสเฟียร์ 3.โครงการบลูพอร์ต อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสองโครงการน้องใหม่ คือ 4.โครงการบลูเพิร์ล จ.ภูเก็ต และ 5.โครงการแบงค็อก มอลล์ ย่านบางนา

ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ จะไม่ใช่ทำเพื่อเดอะมอลล์ กรุ๊ป เพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นการทำเพื่อประเทศไทย ด้วยการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจการค้า และการท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนและของโลก หลังจากประสบความสำเร็จกับการสร้างศูนย์การค้าสยามพารากอนให้เป็นปรากฏการณ์ค้าปลีกระดับโลก ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย

สำหรับ 6 โครงการ ที่ เดอะมอลล์ กรุ๊ป กำลังจะปั้น ให้เป็นอีก 6 ปรากฏการณ์ใหม่สำหรับประเทศไทยในครั้งนี้ แต่ละโครงการจะมีคาแรกเตอร์ในการเจาะกลุ่มเป้าหมาย ที่แตกต่างกันไป เริ่มต้นตัว 3 โครงการใหม่ที่ได้เปิดตัวไปแล้วเมื่อเดือน พ.ย. 2556 ที่ผ่านมาภายใต้งบลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย โครงการดิ เอ็มควอเทียร์ จะเป็นศูนย์การค้ามิติใหม่ของรูปแบบชีวิตที่ไม่ธรรมดา (The Extraordinary Life) ภายในโครงการประกอบไปด้วยอาคารศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สถานที่จัดกิจกรรม และสวนสวรรค์

ตามด้วยโครงการดิ เอ็มสเฟียร์ จะเป็นชีพจรและเป็นความเร้าใจของคนกรุงเทพฯ (The Vibe of Bangkok has never experienced fore) ภายในโครงการจะนำศูนย์การค้า ร้านค้าชื่อดัง ร้านจำหน่ายสินค้าแปลกหายาก ผับ บาร์ สวนธรรมชาติ และบริการต่างๆ ซึ่งจะมีการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรม ที่สวยงาม และแปลกใหม่ เช่น อาคารรูปแบบกลาสบล็อก

ขณะที่โครงการดิ เอ็มโพเรียม ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงตัวศูนย์การค้าทั้งภายนอกและภายใน เพื่อให้มีความสวยงามสอดคล้องกับ 2 ศูนย์การค้าใหม่ ซึ่งปรากฏการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างปี 25592560 นี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป เรียก “เดอะ ดิสทริค เอ็ม” เพราะการเกิดขึ้นของ 3 ศูนย์การค้าดังกล่าวจะทำให้มีพื้นที่รวมกันกว่า 6.5 แสน ตร.ม.

นอกจากนี้ ยังทำให้ถนนสุขุมวิทกลายเป็นย่านธุรกิจการค้าที่เพียบพร้อมด้วยสินค้าแฟชั่น ลักซ์ชัวรี่ เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ ลิฟวิ่ง และไดนิ่งจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งพร้อมให้บริการในทำเลที่ดีใจกลางย่านสุขุมวิท (The Epicenter of Sukhumvit) ซึ่งในส่วนของศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ และดิ เอ็มโพเรียม จะเริ่มเปิดให้บริการในปลายปี 2557 นี้ หลังจากนั้นอีก 3 ปี หรือปี 2559 ต่อเนื่องปี 2560 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ จึงจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ

อีกหนึ่งโครงการที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป ต้องการปั้นให้เป็นศูนย์การค้าที่ครบวงจรในย่านอัพทาวน์ คือ โครงการแบงค็อก มอลล์ ย่านบางนา หลังจากก่อนหน้านี้สามารถสร้างศูนย์การค้าครบวงจรในด้านดาวน์ทาวน์จนประสบความสำเร็จด้วยศูนย์การค้าสยามพารากอน และกำลังจะสร้างย่านมิดทาวน์ ด้วยศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์ และดิ เอ็มสเฟียร์

จุดเด่นของโครงการแบงค็อก มอลล์ นอกจากจะตั้งอยู่จุดตัดถนนบางนาตราด กับสุขุมวิท ซึ่งเชื่อมกับสถานนีรถไฟฟ้า บีทีเอส อุดมสุข และบางนา ยังอยู่ตรงข้ามกับศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เนื่องจากโครงการอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงมีแผนที่จะปั้นโครงการแบงค็อก มอลล์ เป็นอาณาจักรศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย และอาคารสำนักงานที่ยิ่งใหญ่ ครบวงจร ภายใต้คอนเซปต์ City within the Cityโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ล้ำสมัยและยิ่งใหญ่

ในด้านของงบลงทุนโครงการดังกล่าวเบื้องต้น เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้เตรียมงบลงทุนไว้กว่า 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 100 ไร่ มีพื้นที่โครงการกว่า 6.5 แสน ตร.ม. คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2560 ส่วนโครงการบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ ที่ร่วมทุนกับบริษัท พราว เรียลเอสเตท เปิดตัวไปเมื่อปีก่อน ลงทุน 5,000 ล้านบาท จะสร้างเสร็จปี 2559 หลังจากนั้น 1 ปี เดอะมอลล์ กรุ๊ป จะเปิดโครงการบลูเพิร์ล 6.5 แสน ตร.ม. ที่ดินรวม 150 ไร่ บริเวณปากทางเข้าหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต งบลงทุนศูนย์การค้ากว่า 1 หมื่นล้านบาท

ทั้งหมดนี้คืออาณาจักรของเดอะมอลล์ ตามแผนลงทุน5 ปี 5 หมื่นล้าน 5 โครงการ เพื่ออีก 10 ปีจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 5 หมื่น เป็น 1 แสนล้านบาทนอกจากจะให้ความสำคัญกับการขยายศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ แล้ว ศุภลักษณ์ ยังเล็งเห็นโอกาสของเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ หลังจากเข้าไปเกิดให้บริการห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ โคราช ต่อด้วยโครงการบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ต มอลล์ ที่ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท พราว เรียลเอสเตท ซึ่งได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา ในส่วนของศูนย์การค้าบลูพอร์ต เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีแผนจะพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ บลู คอลเล็คชั่น โดดเด่นด้วยการเป็นศูนย์การค้าแห่งสุนทรียภาพ และมนต์เสน่ห์แห่งเมืองหัวหิน

โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ 25 ไร่ มีพื้นที่โครงการ 2.5 แสนตร.ม. ใจกลางเมืองหัวหิน ตรงข้ามกับโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างภายใต้งบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2559 ซึ่งหลังจากนั้น 1 ปี เดอะมอลล์ กรุ๊ปก็มีแผนที่จะเปิดให้บริการโครงการน้องใหม่อีกหนึ่งแห่ง คือ โครงการ บลูเพิร์ล ตั้งอยู่บนพื้นโครงการ 6.5 แสนตร.ม. จากที่ดินรวม 150 ไร่ บริเวณปากทางเข้าหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนตัวศูนย์การค้ากว่า 1 หมื่นล้านบาท

ด้วยพื้นที่ของโครงการที่มีขนาดใหญ่ภายในโครงการนอกจากจะมีศูนย์การค้าลักซ์ชัวรี่ขนาดใหญ่แล้ว ยังจะมีรีสอร์ท โฮเทล ,คาบาเร่ ระดับเวิลด์คลาส และธีม พาร์ค หรือสวนน้ำสวนสนุกขนาดใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Grand Majestic Palace เพื่อให้ศูนย์การค้า บลูเพิร์ล เป็นไข่มุกอันเลอค่าที่สุดแห่งเอเชีย (The One and Only Precious Pearl of Asia )

การเกิดขึ้นของ 6 โครงการดังกล่าว นอกจากจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยแล้ว ยังถือเป็นการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ที่จะเปิดปี 2558 ซึ่งจากการรวมตัวของ 10 ประเทศอาเซียนจะทำให้มีประชากรรวมกันถึง 600 ล้านคน

ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้มีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 4050 ล้านคนในปีก 5 ปีข้างหน้า ด้วยเหตุผลดังกล่าว ศุภลักษณ์ คาดหวังว่าหลังจากทยอยเปิดศูนย์การค้าใหม่จะทำให้เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีรายได้ในอีก 1 ทศวรรษข้างหน้าก้าวเข้าสู่ 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันมีอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน