posttoday
ถอดบทเรียนจากรุ่นพี่บุกเวียดนามต้องแมนกฏหมาย

ถอดบทเรียนจากรุ่นพี่บุกเวียดนามต้องแมนกฏหมาย

06 พฤษภาคม 2557

ในปี 2558 สมาชิก 10 ประเทศอาเซียนก็จะรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในภูมิภาคนี้

โดย...อักษร วิสุมา

ในปี 2558 สมาชิก 10 ประเทศอาเซียนก็จะรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในภูมิภาคนี้

ประเทศอาเซียนที่เนื้อหอมสุดๆ ในวินาทีนี้ รวมถึงเป็นคู่แข่งและคู่ค้าสำคัญของไทยคงหนีไม่พ้นพม่าและเวียดนาม ที่มีกลุ่มทุนต่างชาติทั้งรายเล็กรายใหญ่แห่เข้าไปลงทุนในสองประเทศนี้ไม่ขาดสาย

ในมุมมองของ อุดม ปาริชาตวุฒิกุล ผู้บริหารบริษัท ทีโอเอ ประจำประเทศเวียดนาม มองว่า การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนเป็นโอกาสทองที่ปนความเสี่ยง เพราะหากไม่รีบเข้าไปลงทุนก็จะตกขบวนคู่แข่ง แต่หากผลีผลามเข้าไปลงทุนโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่ศึกษากฎหมายแต่ละประเทศให้ถ่องแท้ โอกาสเจ๊งหรือไม่ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจมีสูง ดังนั้น “ต้องรู้จักเขา รู้จักเรา” และที่สำคัญต้องรู้จักพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

“ปัจจุบันถนนทุกสายมุ่งหน้าเข้าไปพม่าหลังเปิดประเทศให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนได้เต็มสูบ แต่การลงทุนในพม่ายังมีความเสี่ยงสูงอยู่ เพราะเพิ่งเปิดประเทศ การเมืองยังไม่แน่นอน ตรงข้ามกับเวียดนาม หลังสงครามสิ้นสุดลงการเมืองนิ่งและมีเสถียรภาพมาก ขณะที่ข้อเสียของเวียดนามคือเปลี่ยนแปลงกฎหมายทุกๆ 3 เดือน ถือเป็นอุปสรรคของนักลงทุน หาก ผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับกฎหมายได้ ก็ไม่มีปัญหา”

หลังจากเปิดเออีซี ผู้บริหาร บริษัท ทีโอเอ เชื่อมั่นว่านักลงทุนต่างชาติจะยังมุ่งหน้าเข้าไปปักธงในเวียดนามไม่ขาดสาย เพื่อสร้างฐานการผลิตป้อนตลาดโลกและตลาดภายในเวียดนาม เพราะจำนวนประชากรในเวียดนามมีมากกว่า 90 ล้านคน แถม ค่าแรงงานถูก โดยค่าแรงขั้นต่ำวันละ 120 บาท ที่สำคัญเวียดนามมีชายแดนติดลาว กัมพูชา และจีนตอนใต้ ดังนั้น การทำธุรกิจไม่ใช่แค่ประชากรเวียดนามเท่านั้น ยังสามารถขยายฐานผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้เช่นกัน

“ช่องทางการลงทุนในเวียดนามยังเปิดกว้าง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เช่น ธุรกิจร้านอาหาร เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ เกษตรแปรรูป ฯลฯ ซึ่งสินค้าไทยยังคงครองใจชาวเวียดนามเหนียวแน่น เพราะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเมื่อเทียบกับสินค้าจีน แต่ที่ผ่านมาเอสเอ็มอีไทย ล้มเหลวในการรุกตลาดเวียดนาม เพราะส่วนใหญ่ ไม่ปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎหมายของเวียดนาม ที่ออกมาทุกๆ 3 เดือน ที่สำคัญสายป่านเงินทุนสั้น ในขณะที่กว่าจะได้ทุนคืนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี”

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในเวียดนามส่วนใหญ่ยังเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ เนื่องจาก มีสายป่านเงินทุนแน่นหนา นอกจากนี้ ยังผนึกกำลังกับกลุ่มท้องถิ่นบุกตลาดเวียดนามอย่างเต็มที่ เช่น ทีโอเอ เครือซีพี เครือไทยเบฟเวอเรจ ธนาคารกรุงเทพ เครือเอสซีจี ฯลฯ ซึ่งแต่ละรายปรับใช้กลยุทธ์ให้ สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

เช่นเดียวกับทีโอเอ นอกจากจะสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งเพื่อให้ชนะใจผู้บริโภค บริษัทยังจัดกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม ขณะเดียวกันก็จับมือกับตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นขยายร้านค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากกว่า 1,400 สาขา โดยเน้นรูปการค้าแบบเงินสด 60% และให้เครดิตคู่ค้า 40% ซึ่งปัจจุบันทีโอเอสามารถก้าวเป็นเบอร์หนึ่งครองเจ้าตลาดเวียดนาม ที่มีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

“จากความสำเร็จในการรุกตลาดเวียดนาม ทำให้ปีหน้าทีโอเอซึ่งเป็นบริษัทแม่จากประเทศญี่ปุ่นก็มีแผนเข้าไปลงทุนตลาดอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นลาว พม่า และอินโดนีเซีย โดยจะเข้าไปลงทุนทั้งในรูปแบบลงทุนเองและลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในแต่ละประเทศ” ผู้บริหารทีโอเอประจำเวียดนาม กล่าว

การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 แม้หลายคนมองว่าเป็นวิกฤตที่อาจทำลายธุรกิจไทย แต่อีกหลายคนเห็นเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เพียงแต่เข้าไปทำธุรกิจในชาติอาเซียนต้องศึกษากฎหมายในแต่ละประเทศให้ครบ ทุกด้าน เพื่อป้องกันอุปสรรคที่อาจจะส่งผลกระทบ ต่อธุรกิจ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน