
วิศวะไทยบุกอาเซียน
‘คิวทีซีเอ็มอี’เกาะรายใหญ่รับงานพม่าร่วมทุนลาวหวังกวาดรายได้3พันล้านใน6ปี
‘คิวทีซีเอ็มอี’เกาะรายใหญ่รับงานพม่าร่วมทุนลาวหวังกวาดรายได้3พันล้านใน6ปี
คิวทีซีเอ็มอี เกาะรายใหญ่รุกงานวิศวกรรมระบบในอาเซียน นำร่องพม่าลาว ดันรายได้ 3,000 ล้านใน 6 ปี
นายธิติวรการ เงินนำโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซี เอ็มอี ผู้ให้บริการงานวิศวกรรมระบบ (เอ็มอีพี) เปิดเผยว่า ภายในปีหน้าบริษัทจะเริ่มเข้าไปดำเนินธุรกิจวิศวกรรมระบบใน 2 ประเทศ ได้แก่ พม่าและลาว สำหรับพม่าจะเข้าไปร่วมกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย ขณะที่ลาวจะเข้าไปร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น โดยปัจจุบันได้เจรจาไว้แล้วกับหลายบริษัท
“ทั้งพม่าและลาวน่าสนใจมาก เนื่องจากมีการก่อสร้างอาคาร การลงทุนเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราสนใจงานโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคเป็นพิเศษ แต่ก็พร้อมรับงานทุกประเภท ทั้งจากภาครัฐและเอกชน” นายธิติวรการ กล่าว
สำหรับการเข้าไปพร้อมกับบริษัทรายใหญ่ของไทยจะช่วยลดความเสี่ยงให้แก่บริษัท และช่วยให้บริษัทได้เรียนรู้เรื่องกฎหมาย ภาษี และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ในแต่ละประเทศด้วย
นอกจากนี้ บริษัทกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิมที่ 50 ล้านบาท ให้มากขึ้น เพื่อให้มีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ จากนั้นจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในปีหน้า เพื่อระดมทุนรองรับการขยายธุรกิจในแถบอาเซียน ระยะแรกคาดว่าต้องใช้เงินทุนไม่ต่ำกว่าหลักร้อยล้านบาท
นายธิติวรการ กล่าวอีกว่า การไปรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านถือเป็นเรื่องจำเป็นของบริษัท เนื่องจากไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการบริการงานวิศวกรรมระบบที่สุดของอาเซียน แต่ละปีผลิตวิศวกรออกสู่ตลาดจำนวนมากและมีงานก่อสร้างเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากอยู่เฉยๆ ไม่ปรับตัว อาจมีบริษัทต่างชาติบุกเข้ามาดำเนินธุรกิจแข่งกับไทย ซึ่งจะยิ่งทำให้ดำเนินธุรกิจลำบาก ตรงกันข้าม หากเดินหน้าในอาเซียน จะทำให้บริษัทกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญ
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2563 จากเดิมที่น่าจะมีรายได้ 800 ล้านบาท ในปีนี้ คิดเป็นอันดับหลักร้อยกว่าของภูมิภาค สู่การมีรายได้ 3,000 ล้านบาท หรือเป็นอันดับท็อปเทนของภูมิภาค มียอดรอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) เพิ่มจาก 2,000 ล้านบาท เป็น 6,000-7,500 ล้านบาท มีปริมาณโครงการที่ทำพร้อมกันเพิ่มจาก 78 โครงการ อีกประมาณ 2 เท่าครึ่ง
อย่างไรก็ดี รายได้จากการดำเนินธุรกิจในไทยจะยังคงเป็นรายได้หลัก เนื่องจากเป็นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของภูมิภาค สัดส่วนรายได้ในปี 2563 อยู่ที่รายได้ในประเทศ 60% และรายได้อาเซียน 40%
อย่างไรก็ตาม หลังดำเนินธุรกิจในพม่าและลาวได้ระยะหนึ่ง บริษัทมีความพร้อมจะร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติรายอื่นๆ ทั้งญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ที่สนใจดำเนินธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรมระบบในอาเซียน เพื่อไปบุกประเทศอื่นๆ ต่อไป







