
ชี้ช่องบุกละตินอเมริกากลุ่มยานยนต์-อาหารรุ่ง
นำทัพเอกชนไทยบุกตลาด “ละตินอเมริกา” หวังจับคู่ธุรกิจกลุ่มอะไหล่ยนต์อาหาร ดันยอดส่งออก
นำทัพเอกชนไทยบุกตลาด “ละตินอเมริกา” หวังจับคู่ธุรกิจกลุ่มอะไหล่ยนต์อาหาร ดันยอดส่งออก
รุดพบผู้ซื้อรายใหญ่หอฯ ประชิดคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ หวังเพิ่มการส่งออกทะลุเป้าโต 5% บราซิลเนื้อหอมชนชั้นกลางฯ60 ล้านคน อำนาจซื้อเพิ่ม
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนการค้าพร้อมผู้ประกอบการ 24 ราย ในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ 13 ราย วัสดุก่อสร้าง 4 ราย อาหาร 3 ราย พลาสติก 2 ราย เครื่องจักร 1 ราย และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย เยือนละตินอเมริกา (ได้แก่ บราซิล ชิลี เปรู และโคลัมเบีย) ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับคู่ธุรกิจการค้าในหลายระดับ
ระหว่างวันที่ 314 พฤษภาคม 2557 ว่า ภูมิภาคลาตินอเมริกามีสมาชิก 47 ประเทศ ในปีนี้ทั้งนี้ ไทยตั้งเป้าหมายการส่งออกมายังตลาดละตินอเมริกาขยายตัวเพิ่ม 5% หรือมีมูลค่า 8,634 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2556 ที่ไทยส่งออก 8,222 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.9% โดยไทยทำการค้ากับบราซิลเป็นอันดับ 1 มีสัดส่วน 32% ของการค้ารวมระหว่างไทยกับภูมิภาคละตินอเมริกา (อันดับ 2 เม็กซิโก และอันดับ 3 อาร์เจนตินา)
“ทั้งไทยและบราซิลมีความสามารถในการผลิตและส่งออกสินค้าเหมือนกัน แต่ไทยมองบราซิลในฐานะคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่ในฐานะคู่แข่ง เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมีสินค้าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันซึ่งไทยต้องการแสวงหาวัตถุดิบและสินค้าจากบราซิล อาทิ ถั่วเหลือง ทองคำ ฝ้าย หนังสัตว์ ปลาแช่แข็ง ขณะที่บราซิลมีความต้องการสินค้าในกลุ่มอะไหล่ยานยนต์ อาหาร เป็นต้น” นางนันทวัลย์ กล่าว
และมีความสนใจในสินค้าอื่นๆ ที่บราซิลมีความเชี่ยวชาญ”” นางนันทวัลย์ กล่าว และว่า การเดินทางครั้งนี้ได้นำผู้ประกอบการ 24 ราย ในกลุ่ม ชิ้นส่วนยานยนต์ 13 ราย วัสดุก่อสร้าง 4 ราย อาหาร 3 ราย พลาสติก 2 ราย เครื่องจักร 1 ราย และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับคู่ธุรกิจการค้าในหลายระดับ
ทั้งนี้ในทุกประเทศที่เดินทางไปจะหารือการค้ากับผู้นำเข้ารายใหญ่และหอการค้าฯเพื่อแลกเปลี่ยนสภาพเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ภาวะตลาดและสินค้า รวมถึงฐานข้อมูลรายชื่อ ผู้นำเข้าสินค้าและผู้ส่งออกสินค้าวัตถุดิบที่ไทยต้องการนำเข้า เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการที่สนใจตลาด การสำรวจตลาดและย่านการค้าสำคัญ กฎระเบียบด้านการค้า การหารือเพื่อเตรียมความพร้อมการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตเสรีการค้าไทยเปรู เป็นต้น
นอกจากนี้กรมฯยังได้แนะนำช่องทางการค้าออนไลน์ และเชิญชวนเอกชนเป็นสมาชิกและซื้อขายผ่าน www.thaitrade.com ซึ่งเป็นการบริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 1.8 ล้านราย มีผู้ขายและผู้ซื้อที่ได้รับการคัดกรอง โดยมีผู้ขาย 11,427 ราย ผู้ซื้อ 52,100 ราย และคาดว่าจะมีมูลค่าซื้อขายกว่า 1,700 ล้านบาท
นางนันทวัลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บราซิลเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก มีทรัพยากรธรรมชาติมาก เช่น น้ำมันปิโตรเลียม บอกไซด์ ทองคำ แร่เหล็ก โดยเป็นผู้ส่งออกแร่/ผลิตภัณฑ์เหล็กรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของโลก ได้แก่ เมล็ดพืช (ถั่วเหลือง ข้าวโพด) เนื้อสัตว์ (ไก่สดแช่แข็ง เนื้อสดแช่แข็ง) น้ำตาล ในช่วง 5 ปี (2013-2016) บราซิลมีการขยายตัวด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในระดับสูง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกในมิถุนายน 2557 และกีฬาโอลิมปิกในปี 2559 และเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 57 บราซิลได้เพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตรา 724 เฮอัลต่อเดือน( 310 เหรียญสหรัฐฯ) จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ
“ในภาพรวมคาดว่า เศรษฐกิจในลาตินอเมริกาจะยังเป็นจุดดึงดูดการค้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยปตท.สผ.ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนสำรวจปิโตรเลียม กับ บีจี บราซิล(BG Brasil)ขยายการลงทุนไปในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีศักยภาพเป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่มากของโลกแห่งหนึ่ง ส่งผลให้ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการวิเคราะห์ตลาดในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา บราซิลมีกลุ่มคนรายได้ชนชั้นกลาง/ผู้มีรายได้ปานกลางสูง มากขึ้นประมาณกว่า 60 ล้านคน มีอำนาจซื้อที่สำคัญ และคาดการณ์ว่าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคบราซิลจะขยายตัวในอัตรา 5 – 7% ต่อปีระหว่าง 2555 – 2559”นางนันทวัลย์ กล่าว
สำหรับการค้าระหว่างไทยกับลาตินอเมริกาในช่วงไตรมาสแรก(ม.ค.มี.ค.) มีมูลค่า 1,893 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบมีมูลค่า 701 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รองลงมาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยางพารา เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ อาหารทะเลกระป๋อง ยางพารา และเม็ดพลาสติก เป็นต้น







