
คูปองทีวีดิจิทัล
วันที่ 6 พ.ค.นี้ กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ผู้ดูแลเงินรายได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท ที่ได้จากการประมูล 24 ช่องทีวีดิจิทัล จะประชุมพิจารณาว่าจะอนุมัติราคาคูปองทีวีดิจิทัลที่จะแจกแก่ครัวเรือนไทย 22 ล้านครอบครัว ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสนอมาที่ราคา 1,000 บาทหรือไม่ ถือเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด
วันที่ 6 พ.ค.นี้ กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ผู้ดูแลเงินรายได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท ที่ได้จากการประมูล 24 ช่องทีวีดิจิทัล จะประชุมพิจารณาว่าจะอนุมัติราคาคูปองทีวีดิจิทัลที่จะแจกแก่ครัวเรือนไทย 22 ล้านครอบครัว ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสนอมาที่ราคา 1,000 บาทหรือไม่ ถือเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เพราะมีข้อถกเถียงจากหลายฝ่ายถึงราคาคูปองที่กำลังจะเคาะว่า เป็นราคาที่สมเหตุสมผลหรือไม่
ขณะที่กลุ่มเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคเห็นว่า ราคาที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 5-12 บาทเท่านั้น เพราะหากกองทุนฯ เคาะราคาสูงเกิน ราคาขายในท้องตลาดก็จะไม่ลดลง
โดยเปรียบเทียบราคากล่องจากทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 13-16 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 420-480 บาท) อังกฤษ 10 ปอนด์ (ประมาณ 545 บาท) เกาหลีใต้ 300 บาท แต่ประเทศไทยอยู่ที่ 1,0001,500 บาท
ไม่เพียงเท่านั้น โครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม (NBTC Policy Watch) ระบุว่า จากการศึกษาผลของการแจกคูปองอุดหนุนมูลค่า 40 เหรียญสหรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 1,300 บาท พบว่า มีผลทำให้ราคาขายปลีกกล่องรับสัญญาณเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 21-34 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 680-1,100 บาท)
ผลกระทบในทางลบเช่นนี้ ถือเป็นต้นทุนที่ กสทช.ต้องชั่งน้ำหนักกับประโยชน์ที่ได้จากการเพิ่มขึ้นของการรับรู้ของผู้บริโภค และความรวดเร็วในการเปลี่ยนผ่านจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัลในครั้งนี้
สิ่งสำคัญ คือ กสทช.ต้องดำเนินการแจกจ่ายคูปองครั้งนี้ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ง่ายต่อการตรวจสอบ และสะดวกต่อผู้บริโภคเพื่อป้องกันการทุจริต เพื่อให้เงินกว่า 2 หมื่นล้านบาทที่เสียไปนั้น เป็นไปเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริงของวงการโทรทัศน์ไทย
มิใช่ปล่อยให้เงินก้อนดังกล่าวกลายเป็นการแบ่งเค้กของกลุ่มธุรกิจกลุ่มทีวีดิจิทัล







