posttoday
คุณรู้จักระบบการเงินส่วนตัวมากแค่ไหน

คุณรู้จักระบบการเงินส่วนตัวมากแค่ไหน

06 พฤษภาคม 2557

มีสามีและภรรยาขี้บ่นคู่หนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวที่เมืองเยรูซาเล็ม ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลงในระหว่างที่พวกเขาพักผ่อนอยู่ที่เมืองดังกล่าว สัปเหร่อได้ถามผู้เป็นสามีว่า “คุณสามารถฝังศพของภรรยาคุณในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ Holy Land แห่งนี้ โดยจะมีค่าใช้จ่าย 150 เหรียญสหรัฐ หรือคุณสามารถส่งศพเธอกลับบ้านเกิด ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 5,000 เหรียญสหรัฐ” ผู้เป็นสามีนั่งคิดเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวและตัดสินใจบอกสัปเหร่อว่าให้ส่งศพของเธอกลับบ้านเกิด สัปเหร่อจึงถามว่า “ทำไมคุณถึงยอมเสียเงินถึง 5,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อส่งศพภรรยาของคุณกลับบ้าน เมื่อคุณสามารถจัดพิธีฝังศพให้เธออย่างสวยงามที่นี่ โดยใช้เงินเพียง 150 เหรียญสหรัฐเท่านั้น” ผู้เป็นสามีจึงตอบว่า “เมื่อนานมาแล้ว มีผู้ชายคนหนึ่งได้เสียชีวิตในดินแดนแห่งนี้ ถูกฝังอยู่ที่นี่ และสามวันหลังจากนั้นก็ได้ฟื้นคืนชีพ ผมเลยไม่อยากจะเสี่ยงอย่างนั้น”

มีสามีและภรรยาขี้บ่นคู่หนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวที่เมืองเยรูซาเล็ม ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลงในระหว่างที่พวกเขาพักผ่อนอยู่ที่เมืองดังกล่าว สัปเหร่อได้ถามผู้เป็นสามีว่า “คุณสามารถฝังศพของภรรยาคุณในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ Holy Land แห่งนี้ โดยจะมีค่าใช้จ่าย 150 เหรียญสหรัฐ หรือคุณสามารถส่งศพเธอกลับบ้านเกิด ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 5,000 เหรียญสหรัฐ” ผู้เป็นสามีนั่งคิดเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวและตัดสินใจบอกสัปเหร่อว่าให้ส่งศพของเธอกลับบ้านเกิด สัปเหร่อจึงถามว่า “ทำไมคุณถึงยอมเสียเงินถึง 5,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อส่งศพภรรยาของคุณกลับบ้าน เมื่อคุณสามารถจัดพิธีฝังศพให้เธออย่างสวยงามที่นี่ โดยใช้เงินเพียง 150 เหรียญสหรัฐเท่านั้น” ผู้เป็นสามีจึงตอบว่า “เมื่อนานมาแล้ว มีผู้ชายคนหนึ่งได้เสียชีวิตในดินแดนแห่งนี้ ถูกฝังอยู่ที่นี่ และสามวันหลังจากนั้นก็ได้ฟื้นคืนชีพ ผมเลยไม่อยากจะเสี่ยงอย่างนั้น”

คุณสามารถบอกผมได้หรือไม่ว่าคุณจะเลือกข้อเสนอชนิดไหน ทุกวันนี้โครงการความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) กำลังเป็นสิ่งที่นิยมมากในกลุ่มของหน่วยงานกำกับดูแลนักการเมือง องค์กรอิสระ และสื่อมวลชน ผลสำรวจ Financial Literacy Survey ซึ่งได้จัดทำขึ้นโดยศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2556 ระบุว่า โดยเฉลี่ยคนไทยมีความรู้เกี่ยวกับการเงินน้อยกว่าอีก 14 ประเทศที่ร่วมในการสำรวจของ OECD ซึ่งการสำรวจดังกล่าวจะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ความรู้เกี่ยวกับการเงิน พฤติกรรมเกี่ยวกับการเงิน และท่าทีเกี่ยวกับการเงิน และตามความคาดหมายผู้ที่มีรายได้และการศึกษาต่ำมักจะได้คะแนนความรู้เกี่ยวกับระบบการเงินที่ต่ำเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยมักจะไม่เข้าใจเกี่ยวกับการคำนวณดอกเบี้ยทบต้น นโยบายการประกันเงินฝาก และมูลค่าของเงินตามช่วงเวลา (Time Value of Money)

นอกจากนี้ คนไทยจะมีคะแนนพฤติกรรมทางการเงินที่ต่ำมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับความรับผิดชอบและความจำเป็นที่ต้องมีบัญชีครัวเรือน ซึ่งปรากฏว่าร้อยละ 93.5 ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจจะมีคะแนน 0 ในส่วนนี้ อีกพฤติกรรมที่คนไทยมักจะได้คะแนนที่ต่ำมากคือการตัดสินใจโดยมีข้อมูลที่พร้อมและการเปรียบเทียบข้อมูล ก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ซึ่งในประเด็นนี้ ร้อยละ 47.7 ของผู้เข้าร่วมสำรวจมักจะตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูลที่พร้อม หรือเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ พฤติกรรมที่โยงกับท่าทีว่าจะมีการออมเงินสำหรับอนาคตแทนที่จะใช้ในปัจจุบันก็ได้รับคะแนนที่ไม่สูงมากนัก

ไม่เป็นที่แปลกใจที่การให้ข้อมูล/ความรู้ทางการเงินจะเป็นนโยบายเชิงรุกของนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งหวังไว้ว่าคนที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับการเงินเป็นอย่างดีจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขาได้ และสามารถบริหารการเงินส่วนตัวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เวลาเท่านั้นจะตอบได้ว่าการริเริ่มดังกล่าวจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน แต่หากพูดตรงๆ ผมก็ไม่ได้หวังอะไรมากนัก ถึงแม้ในตลาดที่พัฒนาแล้วอย่างตลาดสหรัฐก็ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเงิน ผลการวิจัยโดย DALBAR ซึ่งเป็นสถาบันค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับตลาดที่ตั้งอยู่ในเมืองบอสตัน พบว่า ผลตอบแทนของนักลงทุนทั่วไปมักจะต่ำกว่าดัชนีของตลาด ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนในอเมริกาโดยเฉลี่ยจะได้ผลตอบแทนปีละประมาณร้อยละ 3.7 แต่หากนักลงทุนเหล่านี้เลือกที่จะลงทุนในหุ้นผ่านกองทุนรวมดัชนี S&P 500 ผลตอบแทนที่พวกเขาจะได้รับจะสูงถึงร้อยละ 11 ต่อปี ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

DALBAR พบว่าปัญหาจะอยู่ที่สถาบันการเงิน ซึ่งมักจะใช้ศัพท์เทคนิคเฉพาะในการอธิบายประเด็นต่างๆ ในทางที่นักลงทุนทั่วไปจะไม่เข้าใจ สำหรับคนทั่วไป คำว่า เบต้า (Beta) ความสัมพันธ์ (Correlation) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) หรือแม้แต่คำว่า การจัดสรรหลักทรัพย์ (Asset Allocation) และการกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์ (Diversification) ล้วนแต่เป็นคำที่ยากเกิน กว่าจะเข้าใจได้ นักลงทุนหลายคนยังไม่เข้าใจว่า การซื้อ และถือไว้ (Buy and Hold) แปลว่าอะไร เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่ต้องปรับปรุงคือ เลิกใช้คำศัพท์เทคนิคเฉพาะเหล่านี้และใช้คำศัพท์ง่ายๆ ที่คนหมู่มากสามารถเข้าใจได้ และนี่คือเหตุผลที่กองทุนเพื่อการเกษียณประเภทที่มีกำหนดวันที่ (Target Dated Fund) มีการคำนวณและปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนโดยอัตโนมัติ มีการนำเงินปันผลไปลงทุนอีกครั้ง และมีการเก็บเงินลงทุนโดยอัตโนมัติโดยหักจากเงินเดือน แม้จะมีข้อด้อยอยู่บ้างแต่กองทุนเหล่านี้มักจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับหลายคน

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ teerap@ truemail.co.th

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน