
พาณิชย์เรียกเอกชนถกหามาตรการเยียวยา
กระทรวงพาณิชย์เตรียมเชิญผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาการชุมนุมมาหารือ เพื่อรวบรวมข้อมูลหามาตรการเยียวยา
กระทรวงพาณิชย์เตรียมเชิญผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาการชุมนุมมาหารือ เพื่อรวบรวมข้อมูลหามาตรการเยียวยา
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค. นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเชิญผู้ประกอบการมาหารือถึงผลกระทบที่ผู้ประกอบการได้รับจากการชุมนุมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการชุมนุม ที่ครม.แต่งตั้งขึ้น นำไปกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ
รวมทั้งจะนำมาตรการสินเชื่อ 3,000 ล้านบาท เดิมที่เคยเสนอแล้ว รวบรวมเข้าไปนำเสนออีกครั้งด้วย ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการที่จะเชิญมาหารือจะประกอบด้วย กลุ่มอัญมณี อสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม การเงิน บริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจ และธุรกิจบริการอื่นๆ เป็นต้น โดยได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับผู้ประกอบการทั้งหมด
สำหรับการประกาศเพิ่มวันหยุดราชการตั้งแต่วันที่ 19-21 พ.ค.กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่มีหน้าที่บริการธุรกิจ ทั้งการจดทะเบียน การออกหนังสือรับรอง การส่งงบดุล เป็นต้น จะเปิดศูนย์บริการธุรกิจให้บริการแก่ผู้ประกอบการที่จะมาใช้บริการที่สนามบินน้ำ ประดิพัทธ์ ปิ่นเกล้า รัชดาภิเษกและศรีนครินทร์ ส่วนศูนย์บริการที่สีลมจะยังคงปิดทำการต่อไป ขณะที่ในพื้นที่ต่างจังหวัดสำนักงานการค้าต่างๆ ที่สังกัดกระทรวงพาณิชย์ก็เปิดให้บริการตามปกติ โดยได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว หากมีการปิดสถานที่ราชกาช เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ขยายเวลาการยื่นส่งงบดุลของนิติบุคคลปี 2552 ในเขตปทุมวัน สาธร และบางรัก ไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2553 จากเดิมที่สิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค. 2553 เนื่องจากมีผู้ประกอบการแจ้งเข้ามาว่าอาจจะยื่นเข้ามาไม่ทัน ซึ่งหากจำเป็นอาจจะต้องขยายเวลาออกไปจากวันที่ 30 มิ.ย. อีกก็เป็นได้
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ขณะนี้ สสว.กำลังทบทวนวงเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมบริเวณพื้นที่ราชประสงค์วงเงิน 5,000 ล้านบาทใหม่ เพราะเดิมทีวงเงินจำนวนนี้เป็นการช่วยเหลือเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในส่วนที่เป็นการเช่าร้านค้าภายในอาคารเท่านั้น แต่ขณะนี้ผลกระทบเริ่มลุกลามไปถึงผู้ผลิตและบริษัทที่อยู่นอกพื้นที่ราชประสงค์แล้ว
“ตอนนี้กำลังทบทวนวงเงินช่วยเหลือเอสเอ็มอีใหม่เช่น จากเดิมที่กำหนดให้กู้ได้รายละไม่เกิน 3 ล้านบาทก็อาจจะเพิ่มเพดานวงเงินกู้ต่อรายเพิ่มได้ ซึ่งในระหว่างที่ยังเข้าพื้นที่ไปตรวจสอบความต้องการขอรับความช่วยเหลือจากผู้ประกอบการไม่ได้นั้น เจ้าหน้าที่ สสว.ก็จะเก็บข้อมูลพื้นฐานไว้ หากสถานการณ์จบเมื่อไหร่ก็จะได้พร้อมให้บริการได้อย่างเต็มที่และทันท่วงที ไม่ต้องเกิดความล่าช้าในการดำเนินการ” นายยุทธศักดิ์ กล่าว
สำหรับมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีวงเงินช่วยเหลือจำนวน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเทเงินกู้ที่มีระยะยาว (เอ็มแอลอาร์) 4% คาดว่าจะสามารถช่วยเอสเอ็มอีได้ 1,700 ราย โดยเป็นการปล่อยกู้ให้รายละ 3 ล้านบาท







