posttoday
ดับฝันลงทุนเอกชนเซ็นการเมือง-มาร์คแถลงวันนี้

ดับฝันลงทุนเอกชนเซ็นการเมือง-มาร์คแถลงวันนี้

03 พฤษภาคม 2557

การประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ชุดใหม่ของรัฐบาล

การประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ชุดใหม่ของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ชะงักงันมายาวนาน อาจกลายเป็นความหวังของภาคเอกชนได้ระดับหนึ่ง หลังจากโครงการลงทุนที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนถูกแช่แข็งจากปัญหาการเมือง

ทว่าการอนุมัติการลงทุนของบีโอไอดังกล่าว อาจจะไม่มีแรงขับเคลื่อนลงทุนเอกชนของประเทศที่ชะงักงันมาอย่าง ต่อเนื่องให้โงหัวขึ้นมาได้ตามที่หวัง เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคง ขัดแย้งและไม่มีทีท่าว่าจะยุติเมื่อใด

ธนาคารไทยพาณิชย์วิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุด พบว่า ในปีนี้การลงทุนภาคเอกชนจะติดลบ 2.8% ขณะที่การบริโภคเอกชนจะติดลบ 0.5%

ครั้นจะไปหวังการลงทุนภาครัฐก็คงไม่ได้ เพราะในห้วงสุญญากาศนั้นไทยพาณิชย์ประเมินว่าการลงทุนภาครัฐจะติดลบ 6.6% จากปีที่แล้วที่ขยายตัวได้ 1.3%

สถานการณ์การลงทุนของไทยจึงตกอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง

ทั้งนี้ ประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ได้ย้ำให้นักลงทุนมั่นใจว่า ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ทางอนุกรรมการบีโอไอจะประชุมกันเพื่ออนุมัติโครงการที่มูลค่าการลงทุนตั้งแต่ 200750 ล้านบาท และกลั่นกรองโครงการลงทุนมูลค่าสูงกว่า 750 ล้านบาท ให้มากที่สุด พร้อมวางเป้าใช้เวลา 3-4 เดือน อนุมัติโครงการที่ค้างอยู่ได้ทั้งหมด

แม้รัฐบาลจะพยายามผลักดันให้การลงทุนเอกชนเดินหน้าให้ได้ แต่ดูเหมือนจะยังติดปัญหาใหญ่ คือความเชื่อมั่นของเอกชนที่ห่วงเรื่องปัญหาทางการเมือง ซึ่งอาจชะลอการลงทุนออกไปก่อน

“สุพันธุ์ มงคลสุธี” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงความมั่นใจว่า รอบนี้บีโอไอจะอนุมัติโครงการได้เร็ว แต่ก็ยังติดปัญหาว่าเอกชนส่วนหนึ่งคงอยากรอดูสถานการณ์การเมืองให้ชัดเจนก่อน

“ถ้าปัญหาการเมืองมีความชัดเจนจะทำให้การลงทุนกลับมาอย่างรวดเร็ว ถนนทุกสายจะมุ่งกลับมาประเทศไทย” สุพันธุ์ กล่าว

ขณะที่ วัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. ก็มองสอดคล้องกันว่า โดยปกติบีโอไอให้กรอบเวลาอยู่แล้วว่าต้องลงทุนภายใน 2 ปี ดังนั้น ผู้ประกอบการยังมีเวลาในการตัดสินใจว่าจะลงทุนหรือไม่ หากสถานการณ์การเมืองยังไม่ชัดเจนก็ชะลอการลงทุนออกไปก่อนได้

เช่นเดียวกับ วิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน ที่ให้ความเห็นว่ากลุ่มนิคมอุตสาหกรรมจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากการที่บีโอไอจะเร่งพิจารณาโครงการ เพราะปัญหาใหญ่ที่ทำให้นักลงทุนชะลอตัดสินใจเซ็นสัญญาซื้อที่ดินลงทุน คือปัญหาด้านการเมืองที่ยังไม่จบสิ้น

ในขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการเมือง วันนี้ต้องจับตาไปยังการแถลงของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า จะมีข้อเสนอทางออกประเทศให้พ้นวิกฤตได้อย่างไร โดยอภิสิทธิ์ได้ระบุเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่า ข้อเสนอจะครอบคลุมระยะเวลา ตั้งแต่วันนี้ไล่ไปจนถึงกระบวนการปฏิรูป ข้ามไปสู่การเลือกตั้งด้วย โดยจะเขียนให้ชัดเจนรัดกุมที่สุด

ทั้งนี้ เพื่อต้องการป้องกัน 3 อย่าง คือ 1.การสูญเสียชีวิตของประชาชนเพิ่มเติม 2.การสูญเสียประชาธิปไตย 3.การทำให้สถาบันซึ่งพึงจะอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองนี้ไม่ถูกลากลงมาสู่ความขัดแย้ง

สำหรับการประกาศเว้นวรรคทางการเมืองนั้น อภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ไม่ใช่เรื่องเงื่อนไขตามที่ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยกล่าวหา เพราะไม่ได้เรียกร้องอะไรเพื่อตัวเอง แต่กำลังช่วยสังคมคิดหาทางออก

“ถ้าถูกปฏิเสธแล้วมีการเดินกันต่อไป ถ้ามีความสูญเสีย มีปฏิวัติ รัฐประหาร ทำให้สถาบันต่างๆ ถูกดึงเข้ามาสู่วังวนความขัดแย้งมากขึ้น ท่านที่ไม่รับแผนของผมก็ต้องตอบสังคมว่าทำไมสังคมเดินไปแบบนั้น เพราะการตัดสินใจของท่านทั้งหลาย” อภิสิทธิ์ ระบุ

ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเสร็จแล้ว และจะส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 6 พ.ค. เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป โดยจะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 20 ก.ค. และจะเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง สส.ระบบบัญชีรายชื่อระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค. ส่วนระบบเขตเลือกตั้งรับสมัครวันที่ 30 พ.ค.-3 มิ.ย.

ทั้งนี้ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ระบุว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม การเมืองยังคงไม่จบลงโดยง่ายเมื่อทาง กปปส.ได้ประกาศจะเผด็จศึกรัฐบาลยกสุดท้ายในวันที่ 14 พ.ค.

ดังนั้น ทุกอย่างจึงยังอึมครึม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน