posttoday
"เลิฟ 18 เซลเซียส" สำเร็จได้เพราะสู้ไม่ถอย

"เลิฟ 18 เซลเซียส" สำเร็จได้เพราะสู้ไม่ถอย

02 พฤษภาคม 2557

โดย...ลภัสรดา ภูศรี

โดย...ลภัสรดา ภูศรี

“สู้เข้าไป อย่าได้ถอย” คงเป็นวลีเด็ดที่อธิบายเหตุผลเบื้องหลังความสำเร็จของ เอ็ดดี้ ลี และ แอลลีน คอว์ คู่สามีภรรยาชาวมาเลเซียได้ดีที่สุด เพราะหากไม่ใช่ความพยายามต่อสู้และฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ทั้งคู่คงไม่มีวันเป็นเจ้าของร้านช็อกโกแลต “เลิฟ 18 เซลเซียส” สุดฮิตในเมืองปูชอง รัฐสลังงอร์ของมาเลเซียได้อย่างเช่นทุกวันนี้

“ผมใช้เวลากว่า 9 ปี ในการหาความรู้และสั่งสมประสบการณ์เพื่อเตรียมตัวเปิดธุรกิจร้านช็อกโกแลตที่ผมใฝ่ฝันมานาน โดยหลังจากสามารถเก็บเล็กผสมน้อยจนได้เงินทุนก้อนหนึ่ง ผมก็สามารถปลดแอกจากการทำงานที่ต้องเดินทางไปกลับมาเลเซียและฟิลิปปินส์และมาเปิดร้านได้ในที่สุด” ลี เล่าย้อนอดีต

ทันทีที่ลาออกจากงาน หนุ่มลีก็เดินเครื่องก่อร่างสร้างธุรกิจทุกรายละเอียดด้วยตัวเองอย่างเต็มตัว ไล่ตั้งแต่การคิดคอนเซปต์ร้านโดยมีช็อกโกแลตสดเป็นเมนูชูโรงจากความชอบส่วนตัว หวังสร้างความแตกต่างจากร้านเบเกอรี่ หรือร้านขนมหวานที่มีอยู่เกลื่อนท้องตลาด ตลอดจนการตระเวนหาดีลเลอร์ส่วนผสมการทำช็อกโกแลตคุณภาพดี ไปจนถึงการออกแบบหีบห่อและโลโก้ โดยมีศรีภรรยารับหน้าที่ดูแลเรื่องการทำการตลาด

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเปิดร้านเป็นครั้งแรก กระแสตอบรับกลับไม่เป็นไปตามคาด โดยในช่วง 3 เดือนแรก ยอดขายแทบไม่กระเตื้องจนธุรกิจแทบไม่มีเงินสดเข้ามาหมุนเวียน ทำให้คู่รักนักธุรกิจต้องยอมปิดกิจการลงชั่วคราวเพื่อหาจุดบกพร่องทางธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“สำหรับผมสิ่งที่ยากที่สุดในการเปิดร้านคือการคิดสูตรช็อกโกแลตที่มีความแตกต่างกับร้านอื่นๆ เพราะแม้ผมจะมีฝีมือการทำขนมมาบ้างจากการฝึกฝนด้วยตัวเอง แต่หากต้องเปิดร้านขาย ช็อกโกแลตของผมจำเป็นต้องมีความพิเศษมากขึ้น ดังนั้น ผมจึงต้องพยายามเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า” ลี กล่าว

ด้วยเหตุนี้ ลีจึงกลับมาเรียนรู้การทำช็อกโกแลตในเมนูต่างๆ เพิ่มเติม ลองผิดลองถูกด้วยการเรียนผ่านทางเว็บไซต์อยู่นานหลายเดือน และต้องทิ้งช็อกโกแลตที่ทำจากเมล็ดโกโก้ราคา 300 ริงกิต (ราว 2,900 บาท) ไปหลายสิบถุง เนื่องจากรสชาติยังไม่เป็นที่น่าพอใจ

“เมื่อถึงจุดหนึ่งผมอยากเลิกกลางคัน เพราะเราทำขนมทิ้งไปเยอะมาก ซึ่งเป็นเงินทั้งนั้น แต่เมื่อภรรยาผมพูดให้กำลังใจว่า หากเราใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อสร้างสรรค์สินค้าให้มีคุณภาพที่สุด ลูกค้าก็จะเป็นผู้ตัดสินเองว่าธุรกิจของเราจะไปรอดหรือไม่ ผมก็กลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง” ลี กล่าว พร้อมรอยยิ้ม

ด้วยความที่สมาชิกในครอบครัวมีประวัติการป่วยเป็นโรคเบาหวาน หนุ่มลีจึงค่อนข้างพิถีพิถันกับการคัดสรรส่วนผสมที่มีคุณภาพ ตั้งแต่การเลือกใช้เมล็ดโกโก้พันธุ์ดีส่งตรงจากแหล่งผลิตทั้งมาดากัสการ์ เอกวาดอร์ และเวเนซุเอลา ตลอดจนการทำขนมแต่ละเมนูให้มีความหวานกำลังดี ไม่กลบความขมธรรมชาติของช็อกโกแลตจนเกินไป ที่สำคัญทุกเมนูจะแช่เย็นไว้ในตู้รักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการเก็บรักษาช็อกโกแลตที่ 18 องศาเซลเซียส อันเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง

และความพิถีพิถันนี่เองทำให้เมนูของหวานของเลิฟ 18 เซลเซียส ทั้งช็อกโกแลตสด เค้กช็อกโกแลต ช็อกโกแลตกรีนที ถูกใจบรรดาช็อกโกแลตเลิฟเวอร์แดนเสือเหลืองอย่างมาก โดยในวันแรกที่เปิดขายอีกครั้งสินค้าก็หมดลงอย่างรวดเร็ว และกระแสความชื่นชอบก็ไม่ได้ลดลงเลย เห็นได้จากในแต่ละสัปดาห์ทางร้านจะขายช็อกโกแลตในแบบต่างๆ ได้เกือบ 200 กล่อง ขณะที่บรรดาร้านค้าปลีกต่างๆ ก็เข้ามาติดต่อขอรับสินค้าเพื่อนำไปวางจำหน่ายอย่างไม่ขาดสาย

“ความล้มเหลวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถือเป็นหนึ่งในเส้นทางสู่ความสำเร็จ หากในวันนั้นผมถอดใจเลิกทำธุรกิจเพียงเพราะไม่มีใครชอบสินค้าของผม ผมก็คงไม่ประสบความสำเร็จอย่างเช่นทุกวันนี้” ลี กล่าวไว้เป็นข้อคิด

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?