posttoday
โอกาส

โอกาส

02 พฤษภาคม 2557

เห็นกำลังซื้อในประเทศเริ่มซึมลงๆ แล้วน่าเป็นห่วง ปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่น บอกว่า กลุ่มสินค้าที่หมุนเปลี่ยนเร็ว (FastMoving Consumer Goods (FMCG) ช่วงไตรมาสแรกขยายตัว 2%

เห็นกำลังซื้อในประเทศเริ่มซึมลงๆ แล้วน่าเป็นห่วง ปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่น บอกว่า กลุ่มสินค้าที่หมุนเปลี่ยนเร็ว (FastMoving Consumer Goods (FMCG) ช่วงไตรมาสแรกขยายตัว 2%

ไตรมาส 2 อาจจะขยายตัว 23% ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย แต่ถ้ายังยืดเยื้อต่อไป โอกาสโตน้อยกว่านี้ หรือไม่เติบโตเป็นไปได้สูง นี่แค่วิเคราะห์จากสินค้ากลุ่ม FMCG ซึ่งโดยปกติเป็นกลุ่มที่ขยายตัวต่อเนื่อง เพราะเป็นสินค้าจำเป็นในการดำรงชีวิต

มิต้องพูดถึงกลุ่มสินค้าแบรนด์แฟชั่นทั้งหลาย ที่มีทั้งไม่ขยายตัวและถึงขั้นติดลบ เหตุผลเบื้องหน้าก็อย่างที่เห็น คือ เรื่องการเมือง แต่ไส้ในเบื้องลึก คือ กำลังซื้อระดับรากหญ้าที่มีปัญหาจากการขาดเงินในโครงการรับจำนำข้าว ราคาพืชผลทางการเกษตรตัวอื่นๆ ก็มีปัญหา อาทิ ยางพารา ที่ราคาลดลงฮวบฮาบ

ขณะนี้หนี้ครัวเรือนของแรงงานไทยพุ่งเกินหลักแสนบาทต่อครอบครัว จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 9 หมื่นกว่าบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นอีกว่านโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งไม่หยุด ครัวเรือนใดหลงเข้าสู่วังวนประชานิยมอย่างรถคันแรกก็ยิ่งอ่วมหนักขึ้น อาจเกิดภาวะวิกฤตหนี้ครัวเรือนในประเทศได้

อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ อยากให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีมองเป็นโอกาส เพราะจริงๆ แล้วการปรับตัวของธุรกิจรายย่อยน่าจะทำได้คล่องตัวกว่ารายใหญ่ เมื่อกำลังซื้อผู้บริโภคน้อยลง พวกเขาจะมองหาสินค้าในราคาที่ถูกกว่า เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า ยิ่งในกลุ่มสินค้าที่ทดแทนกันได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม FMCG

ได้คุยกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายหนึ่ง ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ประเภทโลชั่นและครีมจากน้ำนมแพะ ซึ่งเป็นสินค้าที่แตกต่าง ขณะเดียวกันภายใต้กำลังซื้อที่ลดลง เขามองว่าการผลิตสินค้าอย่างน้ำยาล้างจานออกมาแข่งขันในตลาดน่าจะมีโอกาส เพราะสินค้านี้ผู้บริโภคต้องการเพียงล้างจานให้สะอาด ไม่เกี่ยงว่าเป็นแบรนด์อะไร

จุดขายน้ำยาล้างจานของเขา คือ ขายในราคาที่ถูกกว่าน้ำยาล้างจานแบรนด์ใหญ่ 5-10 บาท เชื่อว่าด้วยกลยุทธ์ราคา จะสามารถชิงส่วนแบ่งจากตลาดน้ำยาล้างจานมูลค่า 5,000 ล้านบาทได้ไม่ยาก

เพราะฉะนั้นลองมองหาโอกาสกันดูนะคะ ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสใหม่เสมอ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน