posttoday
เศรษฐกิจติดลบ สัญญาณว่างงานสูง

เศรษฐกิจติดลบ สัญญาณว่างงานสูง

02 พฤษภาคม 2557

จากตัวเลขของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เศรษฐกิจไตรมาสแรกชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขยายตัวได้เพียงร้อยละ 0.2 และคาดว่าในไตรมาส 2 เศรษฐกิจก็ยังไม่ขยายตัวได้ดีนัก อาจโตได้เพียงร้อยละ 0.4 และได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2557 ทั้งปี อาจชะลอตัวได้เพียงร้อยละ 2.6 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายได้ร้อยละ 4.0

จากตัวเลขของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เศรษฐกิจไตรมาสแรกชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขยายตัวได้เพียงร้อยละ 0.2 และคาดว่าในไตรมาส 2 เศรษฐกิจก็ยังไม่ขยายตัวได้ดีนัก อาจโตได้เพียงร้อยละ 0.4 และได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2557 ทั้งปี อาจชะลอตัวได้เพียงร้อยละ 2.6 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายได้ร้อยละ 4.0

นอกจากนี้ ตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ล้วนอยู่ในขาลงทั้งสิ้น เช่น การส่งออกตัวเลขไตรมาสแรกในเชิงดอลลาร์ถึงขั้นติดลบร้อยละ 1.0 การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้เกือบเป็นศูนย์ จากตัวเลขของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ดัชนีราคาสินค้าเกษตรติดลบร้อยละ 0.26

โดยราคาสินค้าเกษตรที่ลดลงมากก็คือข้าวเจ้า (ความชื้น 15%) ราคาลดลงร้อยละ 13.31 ยางพาราราคาลดลงร้อยละ 12 สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสแรกขยายตัวติดลบสูงถึงร้อยละ 6.6 และภาคการท่องเที่ยวทั้งไตรมาสติดลบสูงถึงร้อยละ 5.85

จากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่กล่าวมานี้ ส่งผลให้ตัวเลขการว่างงานมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น เนื่องจากในภาคธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในช่วงชะลอตัว ในภาคอุตสาหกรรมดัชนีการผลิตถึงขั้นติดลบและความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมต่ำสุดในรอบ 56 เดือน ทำให้การรับพนักงานใหม่หากไม่จำเป็นจริงก็คงจะไม่รับเพิ่ม

ขณะที่การลงทุนใหม่ทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศที่ผ่าน BOI อยู่ในช่วงแช่แข็ง สะท้อนจากการลงทุนเอกชนติดลบร้อยละ 2.9 ประมาณว่าการว่างงานในขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 1.0 มีจำนวนคนว่างงานทั้งสิ้นประมาณ 3.2 แสนคน เทียบกับปี 2556 การว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.67–0.70 มีคนว่างงานทั้งสิ้นประมาณ 275,800 คน หากการเมืองยังติดหล่มหาทางออกไม่พบ และเศรษฐกิจโลกยังซึมยาว คาดว่าการว่างงานอาจสูงถึงร้อยละ 1.3 ซึ่งจะทำให้มีคนว่างงานเพิ่มมากขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัว

ทั้งนี้ แรงงานที่มีความอ่อนไหวต่อการตกงานส่วนใหญ่จะมาจากผู้จบ ปวส.และปริญญาตรีบางสาขา ซึ่งจากตัวเลขของทางราชการระบุว่า ขณะนี้มีว่างงานสะสมถึง 1.23 แสนคน แต่ละปีจะมีบัณฑิตว่างงานประมาณเกือบ 3 หมื่นคน ที่ผ่านมา 23 ปีก่อนภาคเกษตรมีความแข็งแรง หางานไม่ได้ก็กลับไปช่วยงานที่บ้านเนื่องจากราคาสินค้าเกษตรขายได้ราคาดี

แต่ขณะนี้ยางพาราราคาตกต่ำและข้าวก็ขายไม่ได้ราคา แถมที่ขายไปแล้วยังเก็บเงินไม่ได้ ภาคเกษตรคงอุ้มลูกหลานไม่ได้อีกต่อไป จากนี้ไปจะเห็นการเคลื่อนย้ายผู้จบปริญญาตรีในสาขาที่ผลิตมาเกินความต้องการ คงจะไม่สามารถเลือกงานโดยจะต้องกลับมาหางานในเมือง และยอมรับงานที่ต่ำกว่าทักษะที่เรียนมา

อย่างไรก็ดี ในตลาดแรงงานไทยมีทั้งที่ว่างงานและขาดแคลนแรงงาน จากตัวเลขของภาคอุตสาหกรรมระบุว่าขณะนี้แรงงานพื้นฐานยังขาดถึง 4 แสนคน ทั้งที่มีแรงงานต่างด้าวอยู่ในระบบเกือบ 3 ล้านคน ขณะเดียวกันแรงงานในสาขาวิชาชีพทั้งอาชีวะและระดับปริญญาตรี ขาดแคลนประมาณ 1 แสนคน โดยเฉพาะในสาขาช่าง สาขาบัญชี สาขาการขาย รวมทั้งสาขาไอที สาขาทางการแพทย์ และแรงงานซึ่งต้องใช้ภาษาต่างประเทศ รวมทั้งการขาดแคลนแรงงานที่มีประสบการณ์

แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานไทยมีการขาดความสมดุล มีทั้งขาดและทั้งเกิน การแก้ปัญหาคงต้องกลับไปแก้ทั้งระบบ โดยเฉพาะนโยบายในการผลิตทั้งระดับ ปวส.และระดับปริญญาตรีในแต่ละสาขาให้ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละมหาวิทยาลัยไปผลิตนักศึกษากันตามใจชอบเชิงการตลาด ขณะเดียวกันอาจารย์แนะแนวการศึกษาในระดับมัธยมปลายคงจะต้องให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดแรงงาน เพื่อที่จะได้แนะนำให้กับลูกศิษย์ได้อย่างถูกต้อง

ผมค่อนข้างเป็นห่วงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวภายใต้ความอึมครึมของการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปีนี้จะยังคงชะลอตัว ซึ่งผลกระทบแน่นอนจะมีผลต่อผู้ประกอบการซึ่งอยู่ในภาคเอกชนธุรกิจอุตสาหกรรมซึ่งอุ้มแรงงานในระบบไว้มากที่สุด อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงกับภาคเกษตรกรรมทั้งเพื่อการส่งออก และอุตสาหกรรมการเกษตร อย่างไรเสียผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาลก็ต้องเจียดเวลามาดูแลบ้าง จะช่วยอะไรกันได้ก็ช่วยกันไป...เถอะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน