posttoday
วัสดุฯหนีการเมืองร้อนเร่งเขย่าฐานรองรับเออีซี

วัสดุฯหนีการเมืองร้อนเร่งเขย่าฐานรองรับเออีซี

02 พฤษภาคม 2557

ด้วยสถานการณ์การเมืองที่รุมเร้าและภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างต่างต้องปรับแผนด้วยการลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ หันไปขยายตลาดนอกประเทศกันมากขึ้น

ด้วยสถานการณ์การเมืองที่รุมเร้าและภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างต่างต้องปรับแผนด้วยการลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ หันไปขยายตลาดนอกประเทศกันมากขึ้น

ดำรงศักดิ์ เชื่องยาง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เลคิเซ่ ไลท์ติ้ง เปิดเผยว่า ในปีนี้เลคิเซ่จะเร่งเปิดสำนักงานขายแบรนด์ “เลคิเซ่” ในประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียที่มีโอกาสทางการตลาดที่ดี โดยเป็นการร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่นให้ผู้ร่วมทุนเป็นผู้ทำการตลาด

สำนักงานที่เลคิเซ่จะเริ่มเปิดทำการในปีนี้มีด้วยกันอย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่ เมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ที่เวียดนาม กัมพูชา และลาว ส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 3 แห่ง คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งได้พันธมิตรที่จะร่วมทุนแล้ว ขณะที่ดูไบเพิ่งเริ่มเจรจา

“ปัจจัยที่ทำให้ต้องเร่งขยายสำนักงานขายทั่วเอเชีย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะทำให้ภูมิภาคนี้เป็นการค้าไร้พรมแดน อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะตลาดภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมือง ทำให้ตลาดภายในประเทศมีความต้องการลดลง นอกจากนี้ ยังต้องการสร้างแบรนด์เลคิเซ่ไปสู่ตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น” ดำรงศักดิ์ กล่าว

ปัจจุบันการส่งออกภายใต้แบรนด์เลคิเซ่ยังมีไม่ถึง 10% เพราะที่ผ่านมากลุ่มเลคิเซ่เน้นส่งออกแบบรับจ้างผลิตหรือโออีเอ็มมากถึง 30% ส่วนยอดภายในประเทศ 70% แต่ภายใน 1-2 ปีนับจากนี้จะเร่งขยายตลาดส่งออกในนามเลคิเซ่ให้เพิ่มขึ้นเป็น 50% เพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ตลาดในประเทศก็ยังมีความสำคัญ โดยแม้ว่าโครงการภาครัฐจะลดน้อยลง แต่การที่ก่อนหน้านี้หน่วยงานรัฐทุ่มประชาสัมพันธ์เรื่องหลอดไฟแอลอีดี ทำให้มีความต้องการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟแอลอีดีมีมากขึ้น ปีนี้เลคิเซ่จึงจะรุกหนักขายเจาะเข้าโครงการและอาคารต่างๆ มากขึ้น โดยคาดว่ายอดขายตลาดโครงการจะเพิ่มขึ้น 35% ส่วนภาพรวมยอดขายทั้งหมดจะเติบโต 20%

ด้าน อดิศักดิ์ เธียไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิลสันอาร์ท (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุปิดผิวลามิเนต กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะเร่งขยายตลาดส่งออกเช่นกัน เพราะปัจจัยการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ

ทั้งนี้ ยอดขายลามิเนตของวิลสันอาร์ทในต่างประเทศจะมีสัดส่วน 50% ใกล้เคียงกับในประเทศ แต่ปีนี้ยอดขายส่งออกจะเพิ่มขึ้นเป็น 55% ส่วนในประเทศจะลดลงเหลือ 45% โดยตลาดต่างประเทศจะเน้นโซนอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ส่วนลาวและพม่าอยู่ระหว่างเริ่มทำตลาด

สำหรับกลุ่มลูกค้าหลักของวิลสันอาร์ท ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เช่น โครงการที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม โรงแรม โรงพยาบาล ปีนี้คาดว่าจะมียอดขาย 1,200 ล้านบาท เติบโต 30% มีผลิตภัณฑ์ด้วยกัน 2 แบรนด์ คือ วิลสันอาร์ท ลามิเนตระดับบน ราคาขายเฉลี่ยแผ่นละ 800 บาท และแบรนด์ออโบไรท์ เป็นไฟทติ้งแบรนด์ราคาขายเฉลี่ย 600 บาทต่อแผ่น

ในขณะที่ผู้ประกอบการในประเทศขยับขยายฐานไปในต่างประเทศมากขึ้น ด้วยเหตุผลจากปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ในทางกลับกันผู้ผลิตรายใหญ่ในต่างประเทศก็สนใจเข้ามาบุกตลาดในไทย ด้วยเห็นศักยภาพและอนาคตของไทยหลังเปิดเออีซีเป็นปัจจัยสำคัญ

ฐิติพงศ์ ดาวพิเศษ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ฮาโก้ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ กล่าวว่า ได้ร่วมทุนกับ รอคคา กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับห้องน้ำระดับพรีเมียมจากประเทศสเปน ก่อตั้ง บริษัท รอคคา บาธรูม โปรดักส์ ไทยแลนด์ เพื่อนำผลิตภัณฑ์แบรนด์ “รอคคา” มาทำตลาดและจำหน่ายในประเทศไทย โดยในปีแรกคาดว่าจะมียอดขาย 300 ล้านบาท

รอคคา เชื่อว่า ภายในระยะเวลา 3-5 ปี ตลาดในประเทศไทยจะติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาดเอเชีย โดยปัจจุบันตลาดเอเชียถือว่าทำรายได้เป็นอันดับ 2 คิดเป็น 16.5% จากรายได้ทั้งกรุ๊ป

เช่นเดียวกับ บริษัท สโตน อิตาเลียน่า ผู้ผลิตกระเบื้องหินระดับไฮเอนด์จากประเทศอิตาลี ที่ขยายตลาดในไทยเช่นกัน โดย อเล็กซานโดร บิเอซิน ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท สโตน อิตาเลียน่า เปิดเผยว่า หลังจากตลาดยุโรปได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างหลายรายมองหาตลาดใหม่ๆ โดยในส่วนของบริษัทมองตลาดในแถบอาเซียนเป็นหลัก เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่กำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกอันดับต้นๆ ของโลก โดยประเดิมด้วยการเข้ามาทำตลาดในไทยเป็นประเทศแรกของภูมิภาคนี้ โดยได้แต่งตั้งให้บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือดับบลิวดีซี เป็นผู้นำเข้าวัสดุก่อสร้างประเภทกระเบื้องจากต่างประเทศเป็นตัวแทนจำหน่ายในไทย ซึ่งหากทำตลาดในไทยได้แข็งแกร่งแล้ว ก็พร้อมให้ไทยเป็นฐานการทำตลาดอื่นๆ ในแถบอาเซียน

แม้ในขณะนี้ไทยจะยังติดหล่มการเมืองทำให้เศรษฐกิจไม่เดินหน้า ทำให้ตลาดวัสดุก่อสร้างอยู่ในภาวะชะลอตัวไปด้วย แต่หากมองในระยะไกล รวมถึงหลังการเปิดเออีซี ไทยก็ยังมีศักยภาพและพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางของตลาดวัสดุของภูมิภาคแน่นอน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน