
อัตราจัดเก็บ VAT?
ท่านใดที่ติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ ช่วงนี้จะได้ยินหรือรับฟังบ่อยครั้งว่า อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บในปัจจุบันจะมีการขยายเวลาออกไปหรือไม่ และจัดเก็บอัตราใด
ท่านใดที่ติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ ช่วงนี้จะได้ยินหรือรับฟังบ่อยครั้งว่า อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บในปัจจุบันจะมีการขยายเวลาออกไปหรือไม่ และจัดเก็บอัตราใด
บุคคลทั่วๆ ไปจะทราบว่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสียจริงๆ เสียในอัตรา 7% แต่พอดูกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ เขียนไว้ในอัตรา 6.3% ผิดหรือถูก หรืออย่างไรกันแน่ คำถามมีมากมาย ดีไม่ดี คิดว่ารัฐลดอัตราภาษีและจัดเก็บในอัตรา 6.3%
ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บจากการขายสินค้าในประเทศ การให้บริการในประเทศ และการนำเข้า โดยจัดเก็บในอัตราเดียวกันหมด หากดูประมวลรัษฎากร บทบัญญัติมาตรา 80 อัตราภาษีระบุ 10% แต่รัฐเห็นว่าควรจัดเก็บภาษีอัตราต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ปัจจุบันได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 549 ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555 และจะสิ้นสุดการบังคับใช้ในวันที่ 30 ก.ย. 2557 บุคคลทั่วไปที่อ่านพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าว เห็นว่าจัดเก็บภาษีอัตรา 6.3% ซึ่งก็เข้าใจถูกแล้ว แต่เมื่อยื่นแบบเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) หรือซื้อสินค้า หรือใช้บริการ ไฉนต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7%
สาเหตุที่ว่า ทำไมเมื่อยื่นแบบเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือซื้อสินค้าหรือใช้บริการต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7% นั้น เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กรุงเทพมหานคร พัทยา เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล) มีบทบัญญัติให้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นอีก 1/9 ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร ทำให้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นอีก 0.70% (1/9 x 6.3 = 0.70) ดังนั้น เมื่อรวมภาษีที่จัดเก็บให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (0.70) กับอัตราภาษีที่จัดเก็บตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (6.3) ทำให้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจริงๆ ในอัตรา 7%
นอกจากนั้น ตามบทบัญญัติมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% สำหรับกิจการที่ส่งออกสินค้า การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการในต่างประเทศ การใช้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรเพื่อผลิตสินค้าในเขตปลอดอากรเพื่อส่งออก การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล การขายสินค้าหรือการให้บริการกับกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่นหรือรัฐวิสาหกิจ ตามโครงการเงินกู้และเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และกรณีอื่นๆ ที่กฎหมายระบุไว้
กิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (บทบัญญัติมาตรา 81 แห่งประมวลรัษฎากร) กับกิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 0% มีข้อที่เหมือนกัน กล่าวคือผู้ประกอบการไม่ต้องเรียกเก็บภาษีเป็นตัวเงินจริงๆ ส่วนข้อที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสียภาษีอัตรา 0% สามารถขอคืนภาษีซื้อได้ แต่กิจการที่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่สามารถขอคืนภาษีซื้อได้
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บในปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดการบังคับใช้ในวันที่ 30 ก.ย. 2557 รัฐบาลจะมีนโยบายให้จัดเก็บในอัตราปัจจุบันหรืออัตราใด คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องใช้ข้อมูลวางแผน การจัดการซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ หรือสัญญาบริการ รวมถึงผู้บริโภค เพราะการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเกี่ยวข้องกับทุกคน ท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารดังกล่าวได้ที่ www.rd.go.th หรือติดตามผ่านสื่อต่างๆ สวัสดีครับ







