
ผิดจุด
วงการการศึกษาบ้านเราเข้าสู่ “โหมดดราม่า” อีกครั้ง เมื่อจำนวนผู้ต่อต้านการจัดทดสอบมาตรฐานการอุดมศึกษา หรือ UNET ทั้งบวก ทั้งคูณ และยกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชนิดว่าถ้าออกมาชุมนุมคงปิดสวนอะไรได้อีกสักแห่ง
วงการการศึกษาบ้านเราเข้าสู่ “โหมดดราม่า” อีกครั้ง เมื่อจำนวนผู้ต่อต้านการจัดทดสอบมาตรฐานการอุดมศึกษา หรือ UNET ทั้งบวก ทั้งคูณ และยกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชนิดว่าถ้าออกมาชุมนุมคงปิดสวนอะไรได้อีกสักแห่ง
จริงๆ ต้องชมสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. ว่าเป็นหน่วยงาน “ยอดขยัน” เข้ามาจัดสอบยิบสอบย่อยสอบน้อยสอบใหญ่ทุกระดับ สอบจนเด็กแทบจะจำไม่ได้ว่าตัวเองจะต้องสอบอะไรอีกบ้าง ได้แต่พยายาม “เรียนเพื่อสอบ” กันไป
ส่วนตัวผมไม่ได้ต่อต้านการสอบ UNET ของ สทศ.แบบสุดทาง เพราะผมเชื่อว่าการวัดจากส่วนกลางไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพียงแต่การจัดสอบของ สทศ.ดูจะ “ผิดจุด” จากการแก้ปัญหาด้านการศึกษาของไทยขณะนี้ไปหน่อย
สทศ.ชี้แจงว่า การจัดสอบ UNET จะช่วยเรื่องต่างๆ ได้แก่ 1.ประเมินมาตรฐานบัณฑิต 2.ประกันคุณภาพภายนอกภายในระบบการศึกษา และ 3.เป็นเครื่องสะท้อนกลับมายกระดับคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ จะให้ผู้ประกอบการนำผลสอบ UNET ไปเป็นเกณฑ์ชี้วัดหนึ่งในการรับคนเข้าทำงานด้วย
คำถามคือ ทุกวันนี้การสอบแต่ละระดับที่ สทศ.จัดขึ้นมา กลับมาตอบโจทย์ลักษณะเดียวกับ 3 ข้อแรกครบถ้วนหรือไม่?
ถ้าให้คนทั่วไปตอบแทนก็คือ เราได้กลับมาแค่ข้อแรกครับ คือประเมินมาตรฐานผู้เรียน (เที่ยงตรงหรือไม่ ไม่พูดถึง) มีข่าวออกมาทุกปีว่าเด็กไทยค่าเฉลี่ยคะแนน ONET วิชาต่างๆ ไม่ถึงครึ่ง ทุกคนได้ยิน ทุกคนทราบดี แต่ไม่มีใครทำอะไรต่อ และข่าวเหล่านี้ก็กลับมาเดจาวูหลอนคนทุกปีเหมือนเดิม
การจัดสอบของ สทศ.จึงไม่เคยได้ทำหน้าที่ประกันคุณภาพและกลับมาช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาแม้แต่น้อย
เรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่เราควรต้องดูให้ละเอียด คือคุณภาพครูครับ เพราะถ้าเด็กทำข้อสอบไม่ได้ ครูเองก็คือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคนหนึ่ง
รายงานเรื่อง Teachers and Educational Quality: Monitoring Global Needs for 2015 ของสถาบันเพื่อสถิติ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNESCO) ระบุครับว่า ครูไทย 1 คน มีชั่วโมงการสอนถึง 9001,200 ชั่วโมงต่อปี มากกว่ามาเลเซีย ซึ่งสอนแค่ 782798 ชั่วโมง มากกว่ากัมพูชา ซึ่งสอนแค่ 448686 ชั่วโมง กล่าวได้ว่าครูไทยทำงานหนักเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน โดยที่คุณภาพการสอนยังอยู่ใต้เครื่องหมายคำถาม
แม้กระทั่งประเทศที่มีการจัดสอบเยอะแยะทั้งปีอย่างญี่ปุ่นก็ยังสอนแค่ 467648 ชั่วโมงเท่านั้น
การมีชั่วโมงสอนสูงเกินกว่าชาวบ้าน มีผลต่อคุณภาพการสอนอย่างแน่นอนครับ เพราะหมายความว่าครูไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีเวลาเตรียมการสอน ตลอดจนพัฒนาคุณภาพการสอนให้ดียิ่งขึ้น วันๆ แค่สอนๆๆ ก็หมดเวลาทำอะไรแล้ว
ดังนั้นแล้ว ผมเชื่อว่าหาก สทศ.ยังดึงดันจะจัดสอบต่อไป โดยไม่ได้นำผลสอบกลับมาแก้ครู พัฒนาครู เพิ่มจำนวนครูเก่งๆ ด้วย ผมพูดได้เลยครับว่าการสอบทั้งหมดแทบจะสูญเปล่า
มีแค่หนังสือพิมพ์เท่านั้นครับ ที่จะได้พาดหัวทุกปีซ้ำๆ กันว่า“UNET คะแนนห่วย”
หากเราอยากให้การศึกษา ตลอดจนแรงงานในอนาคตของไทยมีหน้าตาดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับอาเซียน เราต้องทุ่มงบ ทุ่มสรรพกำลัง ทุ่มเงินเดือน ลงไปในส่วนของครูบ้าง ให้เรามีครูคุณภาพ มีจำนวนชั่วโมงสอนน้อยลง แต่ดูแลได้ทั่วถึงมากขึ้น ทำหน้าที่คอยปั้นคนคุณภาพให้ประเทศอย่างแท้จริง
ผมว่าถ้าโยกงบจัดสอบไปใช้พัฒนาครูน่าจะดีไม่น้อย







