posttoday
รายได้"อัตคัด"จับตาค่าครองชีพ-เงินเฟ้อพุ่งพรวด

รายได้"อัตคัด"จับตาค่าครองชีพ-เงินเฟ้อพุ่งพรวด

30 เมษายน 2557

ในวันที่ 1 พ.ค. ที่จะถึงนี้ คงต้องจับตาดูว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือน เม.ย. จะออกมาในระดับเท่าใด

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

ในวันที่ 1 พ.ค. ที่จะถึงนี้ คงต้องจับตาดูว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือน เม.ย. จะออกมาในระดับเท่าใด เพราะถือเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ และยังสะท้อนค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง

“เราคาดว่าอัตราเงินเฟ้อของเดือน เม.ย. น่าจะขยายตัวในกรอบ 22.5% ซึ่งแนวโน้มค่อนข้างไปทาง 2.5% เนื่องจากราคาอาหารมีทิศทางสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผักและผลไม้ กลุ่มสินค้าเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู ราคาทรงตัวในระดับสูง ในขณะที่ราคาน้ำมันขายปลีกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความกังวลของสถานการณ์ยูเครน แต่ภาพรวมเงินเฟ้อทั้งปี เรายังมองในกรอบ 2.32.5% ภายใต้เศรษฐกิจไทยขยายตัว 23%” ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมิน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเป็นช่วงที่ยากลำบากสำหรับมนุษย์เงินเดือน แรงงาน และคนหาเช้ากินค่ำ ซึ่งต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก ที่มีปัจจัยหลักๆ มาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร ตลอดจนสินค้าบริโภคอุปโภคต่างๆ

ในขณะที่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค. 2557 เป็นสิ่งที่สะท้อนภาวะข้าวยากหมากแพงได้ดีทีเดียว

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อล่าสุดในเดือน มี.ค. ที่ขยายตัวในระดับ 2.11% ส่งผลให้เงินเฟ้อไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นแตะ 2% และแม้ระดับเงินเฟ้อดังกล่าวจะยังอยู่ในระดับที่กระทรวงพาณิชย์คาดไว้ทั้งปีว่าจะขยายตัว 22.8%

แต่เมื่อพิจารณาการเพิ่มขึ้นในหมวดราคาอาหารกลับมีทิศทางที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

นั่นเพราะดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งมีสัดส่วนในการคำนวณเงินเฟ้อ 34.65% หรือคิดง่ายๆ คือ เงิน 100 บาท ที่ต้องจ่ายค่าอาหาร 34.65 บาทนั้น ีราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.46% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 20 เดือน หรือตั้งแต่เดือน ก.ค. 2555 ที่ดัชนีราคาอาหารขยายตัว 5.42%

แน่นอนว่า ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นไปตามทิศทางภาวะปัจจัยเสี่ยง เช่น สถานการณ์ภัยแล้งที่ยาวนาน และส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น

โดยเฉพาะราคาขายปลีกเนื้อหมูล่าสุดที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 160165 บาทต่อกิโลกรัม สูงสุดในรอบ 3 ปี หรือตั้งแต่ปี 2554 ที่ราคาเนื้อหมูในขณะนั้นเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 165170 บาทต่อกิโลกรัม กระทั่งกระทรวงพาณิชย์ต้องออกมาตรการสูงสุด โดยกำหนดราคาควบคุมเนื้อหมู และมีแนวโน้มว่าอาจต้องนำมาตรการห้ามการขนย้ายหมูมาใช้ในอนาคต

เช่นเดียวกัน เครื่องประกอบอาหารก็มีราคาสูงขึ้นไม่ต่างกัน โดยตัวเลขจากการสำรวจราคาสินค้าเฉลี่ยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่นำมาจัดทำดัชนีเงินเฟ้อในเดือน มี.ค. พบว่าราคาน้ำปลาขนาด 700 ซีซี ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 26.78 บาทต่อขวด เพิ่มขึ้นจากเดือน มี.ค. 2556 อยู่ที่ 22.62 บาท หรือเพิ่มขึ้น 18.39% ส่วนซีอิ๊วขนาด 700 ซีซี ราคาเฉลี่ย 40.74 บาท เพิ่มจากเดือน มี.ค.ของปีก่อน ที่มีราคา 40.43 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.79%

ทำให้ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ปรับเพิ่มราคาแนะนำอาหารจานด่วนเป็น 3035 บาท จากเดิม 2530 บาท แต่ทว่าราคาจริงๆ อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 3540 บาทแล้ว และสูงถึง 4050 บาท ในร้านอาหารที่อยู่ในห้างต่างๆ

นอกจากนี้ ปัจจัยที่ซ้ำเติมให้ราคาอาหารและสินค้าต่างๆ ปรับเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการทยอยปรับเพิ่มราคาก๊าซหุงต้มตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งทยอยปรับราคา 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม จนครบ 6 บาทต่อกิโลกรัม ตลอดจนการปรับราคาค่าไฟฟ้างวดอัตโนมัติ (เอฟที) เดือน พ.ค.ส.ค. อีกประมาณ 57 สตางค์ต่อหน่วย และงวดเดือน ก.ย.ธ.ค. น่าจะปรับขยับขึ้นอีก 67 สตางค์ต่อหน่วย ตามต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

“การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เสนอขอปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดเดือน พ.ค.ส.ค. ในอัตรา 13 สตางค์ต่อหน่วย จากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่าลง แต่เรกูเลเตอร์จะพยายามปรับเพิ่มค่าเอฟทีในอัตราน้อยที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน แต่สุดท้ายการปรับเพิ่มค่าเอฟทีต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง” แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ระบุ

สอดคล้องกับความเห็นของ สมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน ที่ระบุว่า “ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากร้านอาหารธงฟ้า ถึงต้นทุนการผลิตอาหารจานเดียวที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าก๊าซหุงต้ม เนื้อสัตว์ ผัก หากไม่มีการปรับโครงสร้างราคาอาหารใหม่ ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ และถอนตัวจากการเข้าร่วมร้านอาหารธงฟ้า ซึ่งเป็นทางเลือกในการแทรกแซงราคาอาหารจานเดียวในท้องตลาดขณะนี้”

ยามที่ประเทศไทยเผชิญสุญญากาศทางการเมือง แต่ราคาสินค้าที่ทยอยปรับขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนที่ถีบตัวสูงขึ้น สวนทางกับรายได้ของเงินในกระเป๋า ถือเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน