
ราคาตราสารหนี้เพิ่มสูงขึ้นตามแรงซื้อของนักลงทุนไทย-เทศ
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (21-25 เม.ย. 2557) มีมูลค่ารวม 491,455 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 98,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 41% ทั้งนี้ พบว่ากว่า 68% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 335,831 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 107,797 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,393 ล้านบาท หรือคิดเป็น 22% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (21-25 เม.ย. 2557) มีมูลค่ารวม 491,455 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 98,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 41% ทั้งนี้ พบว่ากว่า 68% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 335,831 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 107,797 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,393 ล้านบาท หรือคิดเป็น 22% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ของตราสารหนี้อายุน้อยกว่า 3 ปี ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ประมาณ 2 ถึง 3 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ขณะที่ Yield ของตราสารหนี้อายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลงในช่วงประมาณ 5 ถึง 15 Basis Point ตามแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันภายในประเทศ
นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิรวมกัน 5,350 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 163 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 5,513 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดขายสุทธิ 141 ล้านบาท







