
ธอส.ชูกู้บ้านวันเดียว
ให้สินเชื่อบ้านรู้ผลทันใจไม่เกินหลังละ5ล้านดันยอดสินเชื่อปีนี้แตะเป้า1.3แสนล.
ให้สินเชื่อบ้านรู้ผลทันใจไม่เกินหลังละ5ล้านดันยอดสินเชื่อปีนี้แตะเป้า1.3แสนล.
ธอส.ขึงเป้าสินเชื่อปีนี้ 1.3 แสนล้าน เน้นให้กู้รายย่อยที่ต้องการซื้อบ้านต่ำกว่า 5 ล้าน
นายประสิทธิ์ สืบชนะ ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. เปิดเผยว่า ธอส.ยังไม่มีการปรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อปี 2557 ตามที่ได้เสนอกระทรวงการคลังไว้ที่ 1.3 แสนล้านบาท แม้ว่าไตรมาสแรกจะมีการอนุมัติปล่อยสินเชื่อได้ 2.9 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 3.3 หมื่นล้านบาทอยู่ประมาณ 3,000 ล้านบาท จากผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาการเมืองที่ยังไม่คลี่คลาย
ทั้งนี้ ได้ขอให้ผู้บริหารและพนักงานเร่งเรื่องการปล่อยสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเน้นการปล่อยกู้ให้รายย่อยและรายกลาง ที่มีความต้องการซื้อบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทลงมา
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ต้องการให้ ธอส.ปล่อยกู้ซื้อบ้านราคา 1.5 ล้านบาท ซึ่งธนาคารได้ทำข้อมูลชี้แจงกลับไปว่า บ้านราคา 1.5 ล้านบาท มีสินค้าในตลาดเหลืออยู่เพียง 15% เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่จะราคา 23 ล้านบาท
นอกจากนี้ ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายทำกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 8,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายในปี 2556 ที่ 8,100 ล้านบาท แต่ธนาคารสามารถทำกำไรได้จริงในปีก่อนที่ระดับ 9,000 ล้านบาท ส่วนเงินฝากตั้งเป้าหมายปี 2557 ไว้ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท โดยจะเน้นไปที่กลุ่มรายย่อยมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งเงินที่มีต้นทุนต่ำ ส่งผลให้ยอดเงินฝากรวมปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 6.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 5.9 แสนล้านบาท
“สัปดาห์ก่อนมีประชุมผู้บริหารและพนักงาน จึงขอให้เร่งเรื่องปรับปรุงกระบวนการให้สินเชื่อให้เร็วมากขึ้น จากปัจจุบันถ้ามีเอกสารครบ จะรู้ผลว่ากู้ได้หรือไม่ภาย 5 วัน แต่ต้องการให้รู้เร็วกว่านี้ ส่วนหนึ่งลูกค้าจะได้รู้ว่าจะกู้ได้หรือไม่ แบบวันเดียวรู้ผล ถ้ากู้ได้เร็วยอดปล่อยสินเชื่อจะทำได้เร็วมากขึ้น และต้นทุนธนาคารก็จะลดลงด้วย” นายประสิทธิ์ กล่าว
สำหรับเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 1,900 ล้านบาท รวมเป็น 4.7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 6.25% ของยอดสินเชื่อคงค้าง เทียบกับสิ้นปี 2556 ที่มีเอ็นพีแอล 4.5 หมื่นล้านบาท หรือ 6.12% โดยเป็นเอ็นพีแอลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นเพราะผลกระทบจากการเมือง แต่ได้กำชับให้มีการติดตามลูกหนี้ที่มีปัญหาแล้ว และปีนี้ ธอส.ยังคงเตรียมแผนตัดเอ็นพีแอลขายอีก 1 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ขายได้ 8,000 ล้านบาท โดยได้มีการตั้งสำรองหนี้สูญไว้ครบหมดแล้ว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน







