posttoday
กรณีศึกษาความรับผิดทางอาญาของกรรมการรัฐวิสาหกิจ (จบ)

กรณีศึกษาความรับผิดทางอาญาของกรรมการรัฐวิสาหกิจ (จบ)

29 เมษายน 2557

วันนี้เรามาติดตามกันต่อกับ 2 กรณีตัวอย่างสุดท้าย ของความรับผิดทางอาญาของกรรมการรัฐวิสาหกิจกันครับ

วันนี้เรามาติดตามกันต่อกับ 2 กรณีตัวอย่างสุดท้าย ของความรับผิดทางอาญาของกรรมการรัฐวิสาหกิจกันครับ

กรณีศึกษาที่ 3.พนักงานธนาคารไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบภายในของธนาคารในการให้ตรวจสอบบัญชี

คำพิพากษาฎีกาที่ 4751/2541

นาย ส. และครอบครัวขอถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของธนาคาร อ. พบว่า จำนวนเงินน้อยกว่าที่ฝากไว้จริง จึงขอตรวจสอบใบถอนเงินจากบัญชีเงินฝาก แต่ได้รับการปฏิเสธและไม่ให้ความร่วมมือจากนาย ว. ซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคาร อ. โดยให้นาย ส. เขียนคำร้องเพื่อขอตรวจสอบ ทั้งที่ตามระเบียบของธนาคารไม่จำต้องกระทำ เมื่อนาย ส. เขียนคำร้องขอตามที่นาย ว. บอก พบว่ามีผู้ทุจริตปลอมลายมือชื่อ ทำให้เงินหายไปจากบัญชีของนาย ส. และครอบครัว ทั้งยังต้องเสียเงินจ้างทนายความในการทำเรื่องร้องเรียน

จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 เป็นพนักงานของธนาคาร อ. ปฏิเสธไม่ยอมให้โจทก์ตรวจสอบใบถอนเงิน เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการธนาคาร อ. เป็นเหตุให้โจทก์ ภริยา และบุตร เสียหาย เพราะไม่อาจทราบได้ว่าเงินในบัญชีเงินฝากของโจทก์ถูกคนร้ายปลอมลายมือชื่อ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11

ข้อสังเกต

1.การไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับภายในของธนาคารน่าจะเป็นเรื่องที่โจทก์ควรจะเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง (ละเมิด) ที่ต้องไปว่าจ้างทนายความ เพราะลูกค้าไม่กระทบ/เสียหาย ในเรื่องจำนวนเงินฝากจากการกระทำของจำเลย

2.ผมมีความเห็นว่าศาลตีความผลของมาตรา 11 กว้างมากจนกลายเป็นเหตุให้จำเลยต้องมีความรับผิดทางอาญา

3.หากจำเลยสำคัญผิดโดยสุจริตว่าจำเลยมีอำนาจกระทำได้ตามระเบียบ ข้อบังคับของธนาคารอาจทำให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

4.หากจำเลยปฏิบัติตามหลักการตัดสินใจทางธุรกิจแล้ว การกระทำความผิดย่อมไม่เกิดขึ้น

กรณีศึกษาที่ 4.กรณีกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคาร รัฐวิสาหกิจ ฟ้องคดีอาญาต่อกรรมการในฐานะที่ปล่อยเงินกู้โดยไม่เรียกหลักประกัน

คำพิพากษาศาลอาญา (ไม่ทราบเลขคดี)

ในปี 2543 ได้มีการกล่าวโทษฟ้องร้องนาย ศ. ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคาร ก. ในขณะนั้น โดยอ้างว่านาย ศ. ได้ปล่อยกู้ในวงเงินจำนวน 75 ล้านบาท โดยที่ไม่ได้เรียกหลักประกัน อย่างไรก็ตาม การปล่อยกู้ดังกล่าวได้ผ่านขั้นตอนการวิเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของธนาคารมาตามลำดับชั้นถูกต้องทุกขั้นตอน (ธนาคารนี้เป็นธนาคารเดียวกับกรณีศึกษา 4.1)

ศาลอาญายกฟ้องโดยเห็นว่าการกระทำของนาย ศ. มิได้เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะจำเลยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการมีอำนาจในการอนุมัติสินเชื่อที่มีบุคคลค้ำประกันในวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท ประกอบกับการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวได้ผ่านการวิเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของทางธนาคารมาตามลำดับชั้นถูกต้องทุกขั้นตอน การใช้ดุลพินิจของจำเลยในการอนุมัติสินเชื่อมิได้มีเจตนาทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางธนาคาร อันไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งและระเบียบแต่อย่างใด

ข้อสังเกต

1.กรณีนี้จำเลยทำถูกต้องตามระเบียบ มีการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอนไม่ผิดระเบียบ

2.กรณีนี้การใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจ (หรือหลักการตัดสินใจทางธุรกิจ) จึงไม่ได้มีเจตนาพิเศษตามมาตรา 11 เพราะมีการให้ความเห็นตามลำดับ

3.การตัดสินใจของกรรมการในทางธุรกิจอาจเกิดความเสียหายได้ แต่อาจต้องพิจารณาเรื่องความเสียหายในทางแพ่งว่ามีความรับผิดชอบและระมัดระวังเพียงใด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาแยกออกจากความรับผิดทางอาญาที่ต้องอาศัยเจตนาพิเศษเป็นเกณฑ์ในความรับผิด แต่ในทางอาญาให้ถือว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนาพิเศษ

4.คดีนี้ศาลอาญายกฟ้องและพนักงานอัยการไม่ได้มีการอุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุด

บทเรียน

จากกรณีศึกษาทั้ง 4 เรื่องของกรรมการรัฐวิสาหกิจจะทำให้กรรมการรัฐวิสาหกิจได้ตระหนักว่า “การตัดสินใจควรมีข้อมูลเพียงพอ สอบถามจากผู้เกี่ยวข้อง ตนเองไม่มีส่วนได้เสียต่อการตัดสินใจทั้งทางตรงและทางอ้อม และต้องเชื่อว่าการตัดสินใจต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ขององค์กรแล้ว โอกาสที่จะต้องรับผิดทางอาญาก็ย่อมจะลดน้อยลงอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน