
ปปช.แนะรัฐบาลเลี่ยงใช้วิธีพิเศษซื้อรถเมล์NGV
ป.ป.ช. แนะครม.จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี โปร่งใส เลี่ยงจัดซื้อวิธีพิเศษ เลิกกำหนดเสป็กเฉพาะผู้ประกอบการในประเทศ
ป.ป.ช. แนะครม.จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี โปร่งใส เลี่ยงจัดซื้อวิธีพิเศษ เลิกกำหนดเสป็กเฉพาะผู้ประกอบการในประเทศ
ร.ท.หญิง สุณิษา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมครม. ว่า ที่ประชุมครม.รับทราบรายงานผลการศึกษาโครงการจัดซื้อรถโดยสารสาธารณะใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี) จำนวน 3,183 คัน เพื่อนำมาให้บริการทดแทนรถโดยสารเดิมที่ใช้น้ำมันดีเซลภายในวงเงิน 13,162 ล้านบาท ของโครงการขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยคณะอนุกรรมการฝ่ายป้องกันการทุจริตป.ป.ช. ที่มีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป.ป.ช.ได้รายงานผลการศึกษาพร้อมข้อเสนอแนะ มีสาระสำคัญ 2ส่วนคือ
1.รายงานข้อคิดเห็นที่คณะทำงาน มีต่อร่างข้อกำหนดและขอบเขตของงาน(ทีโออาร์) และเอกสารประกาศกำหนดราคาของขสมก. ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือกระบวนการในการจัดซื้อควรหลีกเลี่ยงระบบการจัดซื้อแบบวิธีพิเศษ ที่อาจทำให้เกิดความไม่โปร่งใส ระบบการประมูลต้องเป็นระบบที่ตรวจสอบได้มีคามเป็นธรรมเปิดกว้างในการแข่งขันอย่างเสรี จากผู้ประกอบการทั่วโลก โดยไม่ควรกำหนดให้ผู้เข้าประมูล ต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจด้านนี้ ในประเทศไทยเท่านั้น และคุณสมบัติของรถไม่ควรกำหนดที่มีลักษณะจำกัดทำให้มีผู้ประกอบการบางรายเท่านั้นที่เสนอราคาได้ โดยเฉพาะการกำหนดราคากลางต้องเปิดเผยตามระเบียบป.ป.ช. และขสมก.
นอกจากนี้ควรนำข้อมูลอื่นมาพิจารณาด้วย เช่น ข้อมูลที่เคยเช่าหรือซื้อ หน่วยงานที่เคยมีการจัดซื้อรถโดยสารที่มีลักษณะประเภทเดียวกัน รวมถึงข้อมูลต้นทุนสินค้าที่นำเข้ามาประกอบพิจารณาข้อมูลที่แท้จริง และขสมก.ควรแต่งตั้งคณะกรรมการ กำหนดราคากลางที่มีผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เช่น กรมขนส่งทางบก กรมศุลกากร
2.การวิเคราะห์โครงการของขสมก. ต้องวิเคราะห์ปัญหาทั้งระบบ และบริหารจัดการในการกำกับดูแล ระบบขนส่งทางบกตลอดจนกฎระเบียบ ดูแลด้านความปลอดภัย เกี่ยวกับรถโดยสาร เช่น ระบบการกำกับดูแลควรเปลี่ยนจากกการให้สัมปทาน หรือให้อำนาจผูกขาดแก่ขสมก. เป็นการให้ใบอนุญาตในการเดินรถ ซึ่งขสมก.จะเป็นผู้ประกอบการรายหนึ่งเช่นเดียวกับเอกชน โดยรัฐบาลไม่ควรจำกัดหรือบังคับให้เอกชน หรือรถร่วมต้องใช้ก๊าซธรรมชาติ แต่ควรเปิดทางเลือกให้กับทุกเชื้อเพลิง และปรับปรุงการตรวจสภาพรถทุกประเภท รวมทั้งให้ความสำคัญในความปลอดภัย และนโยบายปฏิรูปหรือฟื้นฟูขสมก. จะต้องออกมาในเชิงปริมาณ ต่อรายได้และรายจ่าย สามารถได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นระบบได้







