
กสิกรไทยหนุนเอกชนลุยขยายตลาดพม่า
ธนาคารกสิกรไทย เปิดเวทีให้ข้อมูลตลาดพม่าแก่นักธุรกิจไทย หลังมองเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง แม้จะยังติดขัดกฎระเบียบที่ยังไม่ชัดเจน
ธนาคารกสิกรไทย เปิดเวทีให้ข้อมูลตลาดพม่าแก่นักธุรกิจไทย หลังมองเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง แม้จะยังติดขัดกฎระเบียบที่ยังไม่ชัดเจน
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปีนี้ภาคเอกชนไทยตัดสินใจลงทุนในพม่ามากขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่จะเน้นการศึกษาตลาดแต่ยังไม่ตัดสินใจ โดยคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 20-30% เมื่อปีที่แล้ว เป็น 45% ในปีนี้ที่มีการตัดสินใจทำตลาดอย่างจริงจัง ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ที่บุกตลาดพม่า จะเป็นธุรกิจด้านการค้าการขาย คือ การนำสินค้าจากไทยไปขายที่พม่า ซึ่งเป็นหนึ่งธุรกิจที่มีแนวโน้มรุ่ง นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภคทั่วไป ภาคการบริการ การก่อสร้าง และธุรกิจพลังงานโดยเฉพาะโรงไฟฟ้า ที่จะไปได้ดี
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมปริมาณการลงทุนในพม่าขณะนี้ยังมีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากติดขัดกฎระเบียบของทางการพม่าที่ยังไม่ชัดเจน นักลงทุนจึงยังรอดูสถานการณ์ก่อนเริ่มเข้าไปลงทุนอย่างจริงจัง ส่วนภาคอุตสาหกรรมที่ต้องตั้งโรงงานผลิตต่างๆ ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับที่ดินแพง และราคาพลังงานแพง หากไปรุกพม่าจะได้เพียงประโยชน์เฉพาะค่าแรงงานถูกเท่านั้น จึงต้องรอประเมินความคุ้มค่า
นอกจากนี้ ข้อจำกัดในการลงทุนที่พม่าที่สำคัญ คือ ความเข้าใจตลาดอย่างถ่องแท้ ไม่ว่าจะเป็นคนพม่า โอกาสและความเสี่ยง ที่ยังอาศัยเพียงการบอกกล่าวหรือการเข้าไปสำรวจพื้นที่เพียงผิวเผิน ทำให้นักลงทุนไทยขาดข้อมูลที่เจาะลึก ซึ่งการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ภาครัฐและหน่วยงานราชการควรเข้ามามีบทบาทในการให้ข้อมูล เพราะการที่นักลงทุนเข้าใจไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้ยังเกิดความกังวลที่จะเข้าไปลงทุน แต่เชื่อว่า ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า จากการที่พม่าเปิดประเทศแล้ว ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงของตลาดจะเปิดกว้างมากขึ้น และพม่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นเป้าหมายการลงทุนอันดับต้นๆ ของอาเซียน
อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางพม่ากำลังเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา เป็นเขตเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่พม่าร่วมทุนกับญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ บริษัท เมียนมาร์ เจแปน ติละวา ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ เป้าหมายอยู่ที่อุตสาหกรรมสะอาด หากเอกชนไทยต้องการเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ แนะนำว่า ไม่ควรไปเดี่ยว แต่ควรหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะเอกชนญี่ปุ่น ที่มีบทบาทสำคัญในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา
นายธีรนันท์ กล่าวว่า ระบบการเงินพม่ายังเป็นอุปสรรคที่สำคัญของภาคธุรกิจธนาคาร เพราะยังเน้นการใช้เงินสดมาก และธนาคารพม่ายังไม่คุ้นเคยกับการทำธุรกิจใหม่ๆ เช่น การปล่อยกู้ให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีความซับซ้อน และมีความเสี่ยง ซึ่งธนาคารกสิกรไทย พยายามทำงานร่วมกับหน่วยงานของพม่าในเรื่องการพัฒนาระบบการเงินให้มากขึ้น รองรับธุรกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงในอนาคต
สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองของไทยที่มีความวุ่นวาย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาช่องทางขยายธุรกิจในต่างประเทศโดยเฉพาะอาเซียนมากขึ้น และ พม่า เองก็เป็นประเทศที่น่าสนใจ แต่ถึงแม้ไทยจะไม่มีความวุ่นวายทิศทางการลงทุนในพม่าก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพียงแต่ปัญหาในประเทศเป็นตัวเร่งให้มีการตัดสินใจขยายการลงทุนเร็วขึ้น







