posttoday
ไทยสบช่องขายสินค้าหรูป้อนอินเดีย

ไทยสบช่องขายสินค้าหรูป้อนอินเดีย

18 พฤษภาคม 2553

 

 

 

โพสต์ทูเดย์ — เผยพฤติกรรมเศรษฐีใหม่อินเดียนิยมสินค้าหรู ไทยสบช่องเจาะตลาดส่งออก

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย รายงานช่องทางการทำตลาดเศรษฐีใหม่ของอินเดียที่เป็นชาวสวนยางพาราและเครื่องเทศกระวาน ทำรายได้ดีอยู่ระหว่าง 24 แสนรูปีต่อปี

ทั้งนี้ ส่งผลให้แต่ละคนมีพฤติกรรมการจับจ่ายเพื่อแสวงหารถหรูขับจำนวนมาก แถมยังเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ มือถือใหม่ สวมใส่ทองกันเหลืองอร่าม หรือว่างๆ ก็ไปนั่งฆ่าเวลาในร้านอาหารหรูๆ สม่ำเสมอ

ดังนั้น จากการประเมินภาวะตลาดเพื่อจับกลุ่มลูกค้าเศรษฐีใหม่ของอินเดียจะอยู่ในกลุ่มสินค้าอำนวยความสะดวกและเครื่องประดับ อาทิ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงานและราคาไม่แพง

สำหรับชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าในบัญชีเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียนอินเดีย ทำให้ตลาดแอร์ขยายตัว 100% ในปี 2552 ดังนั้นกลยุทธ์ในการทำตลาดนี้ควรตั้งโรงงานประกอบเครื่องปรับอากาศในอินเดีย แล้วนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศจากไทยเข้าไปประกอบ

นอกจากนี้ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ไทยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหนือกว่าสินค้าเครื่องสำรองไฟฟ้า ไทยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีดีกว่า อินเดียมีไฟฟ้าดับบ่อยมาก และปี 2552 ตลาดขยายตัว 500% ดังนั้นกลยุทธ์ในการทำตลาดนี้ คือ ร่วมงานแสดงสินค้าในอินเดีย สินคาโทรทัศน์สี สินค้าไทยต้นทุนต่ำกว่าและคุณภาพดีกว่าของสินค้าผลิตในอินเดีย เป็นสินค้าในบัญชี FTA อาเซียนอินเดีย ดังนั้นหาผู้นำเข้าที่มีเครือข่ายมาก และน่าเชื่อถือจึงจะกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทองรูปพรรณ ทองไทยผลิตได้ 24K ขณะที่อินเดียผลิตได้เพียง 22 K เป็นสินค้าในบัญชี FTA อาเซียนอินเดีย อินเดียเป็นประเทศผู้บริโภคทองคำมากที่สุดในโลก ทองคำมีส่วนแบ่งตลาด 90% ของตลาดอัญมณีและเครื่องประดับของเกเรล่า กลยุทธ์การทำตลาดนี้ จึงควรร่วมงานแสดงสินค้าอัญมณีในอินเดีย

สินค้าเตาไมโครเวฟ ตู้เย็น พัดลม พัดลมไอน้ำ พัดลมพ่นหมอกของเล่นเด็ก เป็นต้น ได้เปรียบเรื่องคุณภาพดีกว่า เป็นสินค้าในบัญชี FTA อาเซียนอินเดีย กลยุทธ์การทำตลาดสินค้ากลุ่มนี้ควรร่วมงานแสดงสินค้าในอินเดีย ส่วนเฟอร์นิเจอร์ ควรตั้งโรงงานประกอบเฟอร์นิเจอร์ในอินเดีย แล้วนำเข้าชิ้นส่วนฯ จากประเทศไทยเข้าไปประกอบ จะมีต้นทุนต่ำกว่าและผลิตภัณฑ์เมลามีนตั้งโรงงานผลิตสินค้าพลาสติกและเมลามีนในอินเดีย

อนึ่ง ราคายางดิบปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 150 รูปีต่อกิโลกรัมซึ่งถือว่าสูงมาก โดยปรกติจะมีการปลูก 200 ต้นต่อเอเคอร์ สามารถผลิตยางแผ่นได้ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อเอเคอร์ แม้ว่า 2 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจะไม่ดี แต่ราคายางกลับสูงขึ้น และเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน ราคายางสูงขึ้นถึง 150200% ไม่เฉพาะรถยนต์เท่านั้นที่ขายดี เครื่องใช้ไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ มือถือ ทองคำ ก็มียอดขายเพิ่มขึ้น 50% เลยทีเดียว ส่วนเครื่องปรับอากาศยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 100% เครื่องสำรองไฟฟ้า (USP/อินเวอร์เตอร์) เพิ่มขึ้น 500% และเครื่องปั่นไฟก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค