
เจาะกลยุทธ์ร้านจิปาถะบริหารสินค้ารับชุมชนโต
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้ ทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคนเริ่มมองหาอาชีพเสริมรายได้นอกเหนือจากงานประจำ เช่นเดียวกับ จุฑา วัฒนชัย ที่ตัดสินใจเปิดธุรกิจส่วนตัวชื่อ “ร้านจิปาถะ” ร้านขายของจำหน่ายสินค้าหลัก ในกลุ่มเครื่องครัวและเครื่องมือช่างที่นำเข้าจากประเทศในโซนเอเชียอย่างจีนเป็นต้น ด้วยเห็นโอกาสจากการขยายตัวของชุมชนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในทำเลย่านถนนราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นละแวกเดียวกับที่อยู่อาศัยของเขาด้วย
สำหรับที่มาของชื่อ “ร้านจิปาถะ” วางแนวคิดการทำธุรกิจซื้อขายสินค้าทั่วไปในรูปแบบเทรดดิ้ง ซื้อมา ขายไป โดยอาศัยสายสัมพันธ์ หรือคอนเนกชั่น กับเพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจนำเข้าสินค้ากลุ่มดังกล่าวมาก่อนหน้านี้ โดยมีรูปแบบการทำธุรกิจในลักษณะการขอสินเชื่อ (เครดิต) สินค้า เพื่อนำมาวางจำหน่ายที่ร้าน โดยใช้งบลงทุนเบื้องต้นรวมค่าเช่าสถานที่และค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 1.7 แสนบาท ซึ่งเริ่มดำเนินกิจการอย่างจริงจังราว 2 เดือนที่ผ่านมา และได้ผลตอบรับด้านยอดขายน่าพอใจ
จุฑา บอกว่า การดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้ กลุ่มสินค้าเครื่องเรือนเครื่องใช้ที่มีราคาไม่สูงมากนักจะขายดีกว่าสินค้าที่มีราคาสูง ด้วยผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับตำแหน่งทางการตลาดสินค้าของทางร้านที่วางราคาขายไม่สูงมากนัก แต่มีคุณภาพที่น่าเชื่อถือ เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายหลักผู้อยู่อาศัยในชุมชนใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มอพาร์ตเมนต์และหมู่บ้านต่างๆ ที่เปิดใหม่ ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 1,000 ครัวเรือน ด้วยในละแวกเดียวกันนี้ยังไม่มีร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าลักษณะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาทางร้านเองได้มีการปรับตัวทางธุรกิจด้วยการขยายสินค้าใหม่ในช่วงเทศกาลด้วย อย่างเมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ทางร้านนำเข้าปืนฉีดน้ำลิขสิทธิ์ (ไลเซนส์) คาแรกเตอร์การ์ตูนต่างๆ อาทิ เฮลโล คิตตี เบ็นเท็น สติทช์ ฯลฯ เข้ามาทำตลาด เพื่อสร้างความแตกต่างไปจากปืนฉีดน้ำปกติที่จำหน่ายทั่วไป ซึ่งได้การตอบรับดี แม้จะวางราคาขายเฉลี่ยที่ 300-350 บาทต่อกระบอกก็ตาม ซึ่งถือว่าสวนทางกลับภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้
“แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่หากมีสินค้าที่แปลกใหม่ หรือแตกต่างออกไปจากสินค้าประเภทเดียวกัน ก็สามารถกระตุ้นอารมณ์การซื้อของได้ระดับหนึ่ง โดยช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาร้านมียอดขายจากสินค้าเทศกาลสูงถึง 50%” จุฑา กล่าว
พร้อมกล่าวเสริมด้วยว่า การทำธุรกิจร้านค้าปลีกโดยเฉพาะร้านขายของพิเศษ (สเปเชียลตี สโตร์) นั้น เจ้าของธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการทำตลาด ด้วยอาจเป็นกลุ่มสินค้าที่ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อทุกวัน ดังนั้น การบริหารสต๊อกสินค้าภายในร้านจึงมีความสำคัญมาก เพราะนั่นหมายถึงทุนของร้านที่อาจจมลงไป ทางร้านจึงเลือกใช้การเครดิตสินค้าจากตัวแทนผู้นำเข้าอีกทอดหนึ่ง ซึ่งในอนาคตหากธุรกิจมีอัตราการเติบโตดี ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะปรับตัวไปสู่รูปแบบการขายส่งได้เช่นกัน
ขณะที่ปัจจุบันร้านมีสินค้ากลุ่มเครื่องครัว เครื่องมือช่าง สินค้าภาชนะพลาสติกต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 20-30 ประเภท และมีแผนขยายไลน์สินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง บนพื้นที่ร้านขนาด 2 คูหา พร้อมจัดหน้าร้านในรูปแบบที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ง่าย หรือมีการจัดสินค้าขายดี หรือแนะนำสินค้าใหม่ไว้แขวนหน้าร้าน เพื่อสร้างความดึงดูดและให้กลุ่มลูกค้าได้สนใจมากขึ้นด้วย
จากงบลงทุนธุรกิจหลักแสนบาทปลายๆ ต่อการเปิดร้าน “จิปาถะ” นั้น จุฑาคาดว่าใช้ระยะเวลาราว 2 ปีครึ่งคาดจะถึงจุดคุ้มทุน ในปัจจุบันสร้างรายได้เสริมต่อเดือนเพิ่มขึ้นได้ในระดับที่น่าพอใจเช่นกัน







