
ศรีไทยยอดพ.ค.เริ่มโตชะลอ
หลังไตรมาสแรกฉลุย37% ถ้าม็อบจบเดือนนี้ไม่กระทบ
โพสต์ทูเดย์
— ศรีไทยฯ ลุ้นม็อบจบ เตรียมปรับเป้าใหม่ หลังไตรมาสแรกยอดพุ่ง 37% ส่งเอสเนเจอร์ลุยตลาดโลก หลังได้แม่ทัพใหม่ หวังกวาด 1,000 ล้านบาทใน 5 ปีนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของศรีไทยฯ สังเกตได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 37% ในไตรมาสแรก สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งเป้าเติบโต 20% จากปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องขอให้ทุกฝ่ายทำให้เหตุการณ์ยุติโดยเร็วที่สุด เพราะไม่ส่งผลดีต่อประเทศในระยะยาว
“
ต้องรอดูตัวเลขในเดือน พ.ค.อีกครั้ง ซึ่งเริ่มเติบโตแบบถดถอย เพราะวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์สามารถจบได้ภายในเดือนนี้ ช่วงครึ่งปีหลังต้องมาทบทวนตัวเลขการเติบโตใหม่ โดยจะปรับเป้าหมายเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีอัตราการเติบโตของยอดขายที่สูงมาก” นายสนั่น กล่าวทั้งนี้ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสแรก เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ดี ขณะนี้จึงอยากให้การเมืองมีเสถียรภาพเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป สำหรับปัญหาสำคัญของธุรกิจศรีไทยฯ ขณะนี้ คือต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นสูงมาก ซึ่งเป็นผลมาจากเรื่องมาบตาพุด หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ จะทำให้กำลังการผลิตในส่วนอุตสาหกรรมพลาสติกเพิ่มสูงกว่านี้มาก โดยปีนี้ศรีไทยฯ ตั้งเป้าหมายยอดขายรวม 5,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน
นายสนั่น กล่าวว่า ยังเดินหน้าลงทุนตามแผนที่วางไว้ โดยปีนี้จะใช้งบลงทุน 700 ล้านบาท ในการเพิ่มเครื่องจักรผลิตพลาสติกประเภทขวด การขยายตลาดต่างประเทศและการลงทุนในธุรกิจขายตรงเอสเนเจอร์ ที่จะใช้เงินลงทุน 50 ล้านบาทในปีนี้ โดยมีนายบัญชา เหมินทคุณ อดีตผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เอเจล เอ็นเตอร์ไพรส์ เข้ามาเป็นรองกรรมการผู้จัดการ ด้านธุรกิจเครือข่าย
สำหรับแผนขยายธุรกิจเอสเนเจอร์ในปีนี้จะเริ่มขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ พม่า ลาว และกัมพูชา ปีต่อไปจะขยายไปอินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย และมาเลเซีย ภายใน 10 ปี คาดว่าจะขยายสาขาได้ครบทุกทวีป เพื่อต้องการก้าวสู่การเป็นบริษัทขายตรงสัญชาติไทยที่มีเครือข่ายธุรกิจทั่วโลก เช่นเดียวกับศรีไทยฯ ที่ปัจจุบันขยายธุรกิจใน 105 ประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้ คาดว่าเอสเนเจอร์จะมียอดขายถึง 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มียอดขาย 100 ล้านบาท และภายในปี 2557 คาดว่าจะมียอดขาย 1,000 ล้านบาท เป็นธุรกิจในประเทศ 700750 ล้านบาท ต่างประเทศ 250300 ล้านบาท
นายบัญชา กล่าวว่า การลงทุน 50 ล้านบาท ของเอสเนเจอร์ในปีนี้ จะเป็นการเปิดอาคารสำนักงานแห่ง ใหม่ บนถนนรัชดาภิเษก รวมถึงขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 4 สาขา จากสาขาเดิมของศรีไทยฯ ที่มีอยู่ 14 สาขา รวมเป็น 19 สาขาในปีนี้ พร้อมทั้งจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 20 รายการ และเปิดช่องทางการค้าขายผ่านระบบออนไลน์และการสั่งซื้อผ่านระบบโทรศัพท์







