
เฟอร์นิเจอร์แห่บุกนอกชดเชยกำลังซื้อหด
บรรดาผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ต่างเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ หลังต้องเผชิญกับปัญหาการเมืองที่มีแนวโน้มลากยาวและเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ต้องปรับแผนธุรกิจเพื่อรับความเสี่ยง ซึ่งเวลานี้ช่องทางขายปลีกเฟอร์นิเจอร์ไม่สดใสนัก
บรรดาผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ต่างเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ หลังต้องเผชิญกับปัญหาการเมืองที่มีแนวโน้มลากยาวและเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ต้องปรับแผนธุรกิจเพื่อรับความเสี่ยง ซึ่งเวลานี้ช่องทางขายปลีกเฟอร์นิเจอร์ไม่สดใสนัก
กีรติ เสริมประภาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส.พี.เอส.กรุ๊ป ผู้ผลิตและส่งออกเฟอร์นิเจอร์น็อกดาวน์ เปิดเผยว่า จากปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ส่งผลกระทบกับกำลังซื้อที่ซบเซา ทำให้บริษัทหันมามองโอกาสการทำตลาดในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น โดยเน้นขายให้กับ อิเกีย เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงการขายเข้าโครงการเป็นหลัก ไม่มีการขายผ่านโชว์รูม
“บริษัทเราเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ให้กับอิเกียมานาน 2-3 ปีแล้ว จึงรู้ว่าตลาดเฟอร์นิเจอร์น็อกดาวน์นั้นยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค เพราะมีราคาที่เหมาะสม เนื่องจากผลิตในปริมาณมาก นี่จึงถือว่าเป็นทางรอด เพราะไม่ต้องมีหน้าร้านขายสินค้าเป็นของตัวเอง และในขณะนี้ก็เริ่มเข้าโครงการคอนโดมิเนียมที่มีการส่งมอบสินค้าไปแล้วกว่า 2,000 ยูนิต” กีรติ กล่าว
สำหรับในเอเชีย อิเกียมีการเปิดสาขาแล้ว 28 สโตร์ และในปี 2563 จะมีสาขาที่เปิดใหม่ในเอเชีย 100 สโตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เปิดในประเทศจีนกว่า 20 แห่ง และในเมืองไทยเองนั้นจะเพิ่มอีก 2 แห่งที่เตรียมจะเปิดตัว ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขาย โดยปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 3,000 ล้านบาท และในปีนี้จะพยายามรักษายอดขายไว้ให้ใกล้เคียงกับที่ผ่านมา
ปัจจุบันบริษัทมี 2 โรงงาน 1 แห่งผลิตให้กับอิเกีย ส่วนอีกแห่งผลิตขายเข้าโครงการด้วยแบรนด์ โมด้า และส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในอนาคตมีแผนจะส่งออกสินค้าแบรนด์ดังกล่าวไปทำตลาดในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอินเดีย เป็นต้น
ธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหารฝ่ายงานการตลาด กลุ่มบริษัท เอส.บี. เฟอร์นิเจอร์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้หันมารุกตลาดเฟอร์นิเจอร์ระดับกลาง ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มฐานลูกค้ารายใหญ่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน ยังได้ขยายส่งออกต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งออกไปใน 40 ประเทศ และจะให้ความสำคัญกับตลาดในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น โดยปีนี้จะบุกตลาดสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งยอดขายหลักของบริษัท 90% มาจากภายในประเทศอีก 10% มาจากยอดส่งออกรวมกับการขายสินค้าเข้าโครงการ โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายแบรนด์คอนเซปต์ เฟอร์นิเจอร์ ไว้ 2,400 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 20%
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็นแบรนด์เอส.บี. เฟอร์นิเจอร์ 60% แบรนด์คอนเซปต์ เฟอร์นิเจอร์ 40% ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปี 2555 จำนวน 17% จากยอดขายรวม 5,600 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์มีมูลค่าประมาณ 89 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมตลาดส่งออกต่างประเทศ
ทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท อิโตกิ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำเข้าเฟอร์นิเจอร์มาจำหน่ายในเมืองไทย โดยในปีแรกตั้งเป้ายอดขายประมาณ 100-150 ล้านบาท หรือไม่ต่ำกว่า 7-10% ของยอดขายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน และมีแผนจะใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยจะเจาะตลาดไปพร้อมกับบริษัทธุรกิจญี่ปุ่นที่เข้าไปลงทุน
สำหรับตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานมีมูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งโมเดอร์นฟอร์มมีส่วนแบ่งตลาด 30% อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 3,600 ล้านบาท เติบโต 16% ปัจจุบันมีแบ็กล็อก หรือยอดรอรับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท โดยคาดว่าปีนี้ยอดขายรวมจะเติบโต 15%
กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะเปิดสาขาอินเด็กซ์ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในไตรมาส 4 ของปี 2557 ขนาดพื้นที่ 6,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท อิออน มาเลเซีย เบอร์ฮาร์ด บริษัทในเครืออิออน กรุ๊ป ประเทศญี่ปุ่น และในปี 2558 จะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา โดยตั้งเป้าหมายขยายสาขาในประเทศมาเลเซียให้ได้ 30 สาขาภายใน 15 ปี
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับคู่ค้าที่ประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งอาจจะสำเร็จได้ภายในปีนี้ โดยตลาดฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียเป็นตลาดเกิดใหม่ มีประชากรจำนวนมากที่บริษัทจะขยายตลาด
เหล่านี้คือกลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤต







