posttoday
ยังมีช่องว่างในทีวีดิจิทัลหามีไอเดียโดนใจคนดู

ยังมีช่องว่างในทีวีดิจิทัลหามีไอเดียโดนใจคนดู

27 เมษายน 2557

เริ่มเห็นหน้าตาเนื้อหาหรือคอนเทนต์ของทีวีดิจิทัลช่องธุรกิจกันบ้างแล้ว หลังวันที่ 24 เม.ย.

เริ่มเห็นหน้าตาเนื้อหาหรือคอนเทนต์ของทีวีดิจิทัลช่องธุรกิจกันบ้างแล้ว หลังวันที่ 24 เม.ย. ผู้ประกอบการได้ใบอนุญาตประกอบการอย่างเป็นทางการ และเริ่มทยอยออกมาเปิดตัวช่อง ซึ่งคอนเทนต์หลักที่แต่ละรายเลือกหยิบมาเปิดตัว เพื่อชิงสายตาผู้ชมในช่วงแรกของการดำเนินทีวีดิจิทัลปีนี้ ยังคงเน้นไปที่คอนเทนต์ข่าว เนื่องจากปัจจุบันคนไทยหันมาให้ความสนใจกับข่าวสารและสาระมากขึ้น

จากกระแสความนิยมดังกล่าว ประกอบกับผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายเดิมที่มีคอนเทนต์ข่าวอยู่ในมือ จึงทำให้แต่ละรายต่างออกมาชูจุดต่างในด้านของคอนเทนต์การนำเสนอ และชูจุดขายที่ผู้ประกาศข่าวที่มีศักยภาพ เพื่อดึงผู้ชมให้เข้ามาชมช่องของตนเอง เพราะความรู้สึกประทับใจในครั้งแรกที่รับชมรายการ หรือ First impressions ถือเป็นสิ่งสำคัญของการสร้างแบรนด์ช่องทีวีดิจิทัล

ช่องที่บริษัทตัวแทนโฆษณาหรือเอเยนซี และนักการตลาดทั่วไปต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่าจะได้เปรียบกว่าผู้เล่นหน้าใหม่ยังคงหนีไม่พ้นยักษ์ใหญ่ฟรีทีวีอย่างช่อง 3 และช่อง 7 เนื่องจากทั้งสองช่องมีฐานผู้ชมที่เหนียวแน่น ขณะเดียวกันเอเยนซียังออกมาเปิดเผยว่า ช่วงแรกของการออกอากาศทีวีดิจิทัล ส่วนใหญ่เอเยนซียังคงให้ความสำคัญซื้อสื่อโฆษณากับช่องฟรีทีวีหลักรายเดิม เพราะครอบคลุมทั่วประเทศ และมีตัวเลขวัดความนิยมหรือเรตติ้งของรายการไปชี้แจงกับลูกค้าได้ ขณะที่ทีวีดิจิทัลยังออกอากาศแค่ 4 จังหวัด และยังไม่มีการวัดเรตติ้ง

จากปัจจัยดังกล่าว จึงทำให้ช่อง 7 ตัดสินใจคงผังรายการเดิมในช่วงแรกของการทดลองออกอากาศในระบบทีวีดิจิทัล ด้วยการออกอากาศแบบคู่ขนานไปพร้อมกันทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ซึ่งรูปแบบของรายการที่นำมาออกอากาศยังคงเน้นไปที่รายการวาไรตี้ ขณะที่รายการข่าวจะเน้นไปที่รูปแบบข่าวใกล้ตัว ข่าวชาวบ้าน ข่าวที่เป็นที่พึ่งให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้มีการสอดแทรกความสนุกสนานในข่าวบางรายการ เช่น รายการฝนฟ้าอากาศ เพื่อให้ผู้ชมได้ผ่อนคลาย ซึ่งหลังจากทดลองออกอากาศไประยะหนึ่ง ประมาณเดือน พ.ค. ช่อง 7 มีแผนที่จะปรับผังรายการให้เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะรายการข่าว

ในส่วนของรายการข่าวที่ช่อง 7 หยิบมาเป็นไฮไลต์ เพื่อรักษาฐานผู้ชม ยังคงเน้นไปที่ข่าวเช้า ข่าวเที่ยง และข่าวเย็น โดยรายการไฮไลท์ที่ช่อง 7 ปักธงให้เป็นแม่เหล็กในการดึงผู้ชม คือ รายการห้องข่าว 7 สี รายการเด็ดข่าวเด่น และรายการประเด็นเด็ด 7 สี มีทีมผู้ประกาศ เช่น ศศินา วิมุตตานนท์ เหมือนฝัน ประสานพานิช ภัทร จังกานต์กุล เปรมสุดา สันติวัฒนา และชัยอนันต์ ปันชู เป็นแม่เหล็กหลักของรายการข่าวช่อง 7

สำหรับช่อง 3 ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ชนะการประมูลมากถึง 3 ช่องทีวีดิจิทัล ออกมาประกาศแผนเป็น 3 เฟส โดยในส่วนของเฟสแรกจะทดลองออกอากาศรายการใหม่ 7-8 ชั่วโมง ส่วนเวลาที่เหลือจะเป็นรายการรีรัน ขณะที่เฟส 2 จะมีการปรับผังรายการใหม่ ด้วยการเพิ่มเนื้อหารายการต่างๆ ให้มากขึ้นเป็น 16 ชั่วโมงต่อวัน และเฟส 3 จะเริ่มการออกอากาศอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือน ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ช่อง 3 แฟมิลี่ ซึ่งอยู่ทีวีดิจิทัลช่อง 13 จะเน้นรูปแบบของรายการที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ชมทั้งครอบครัว เบื้องต้นจะนำรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง และรายการแจ๋ว มาออกอากาศในช่องนี้ ขณะที่ช่อง 3 SD ซึ่งอยู่ในทีวีดิจิทัลช่อง 28 จะเป็นช่องวาไรตี้ข่าวรูปแบบใหม่ Top News Variety เน้นเจาะกลุ่มผู้ชมตลาดแมส และรายการ Hot News เป็นรายการข่าวเจาะลึก มี กิตติ สิงหาปัด และฐปณีย์ เอียดศรีไชย เป็นแม่เหล็กดึงผู้ชม ส่วนช่อง 3 HD ซึ่งตรงกับทีวีดิจิทัลช่อง 33 จะจัดผังรายการด้วยคอนเทนต์ที่หลากหลายทั้งข่าวสารและสาระ รวมไปถึงรายการบันเทิงต่างๆ มี สรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นแม่เหล็กของรายการข่าวช่องดังกล่าว ขณะที่ช่อง 3 ระบบอะนาล็อกที่ออกอากาศคู่ขนาน ยังออกรายการเดิมเป็นส่วนใหญ่ เพราะรายได้โฆษณานาทีละยังเป็นหลักหลายแสนบาท ขณะที่ทีวีดิจิทัลนาทีละยังแค่หลักพันบาทหรือหลักหมื่นบาท

อีกผู้ประกอบการที่มีความถนัดในด้านของรายการข่าว คือ ช่องเนชั่นทีวี และช่อง NOW ของเครือเนชั่น ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้ เนชั่นได้ออกมาประกาศกลยุทธ์ 5 Screen Strategy ในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ทีวีดิจิทัลผ่านอุปกรณ์รับชมหลักของผู้ชมในปัจจุบัน คือ “จอทีวี มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และจอเอาต์ดอร์” เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย “ทุกที่ ทุกเวลา” โดยในส่วนของช่อง NOW จะเน้นการนำเสนอข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ ที่รอบด้าน ขณะที่ช่องเนชั่นทีวี จะมีจุดเด่นช่องข่าว 24 ชั่วโมง วิเคราะห์รอบด้าน ทุกสถานการณ์สำคัญ ผ่านผู้ประกาศข่าวที่คุ้นหน้าคุณตาอย่าง กนก รัตน์วงศ์สกุล ,กฤษนะ ละไล .จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ และเทพชัย หย่อง

ด้านเจ้าแม่ข่าวบันเทิงอย่างทีวีพูล ก็ออกมาประกาศแผนรุกทีวีดิจิทัลอย่างจริงจังเช่นกัน ภายหลังประมูลชนะมาได้ 2 ช่อง คือ ช่องข่าวและสาระ กับช่องเด็ก ในส่วนของช่องข่าว หรือ THV จะใช้ความแข็งแกร่งทั้งสองด้านเป็นจุดแข็งในการท้าชิงส่วนแบ่งการตลาดเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิทัล โดยในด้านของข่าวบันเทิง ทีวีพูลจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะที่ข่าวสารด้านเศรษฐกิจ การเมือง และข่าวทั่วไปมอบหมายให้โพสต์ทีวีเป็นผู้ดูแลข่าวภาคเช้า ข่าวเที่ยง และข่าวค่ำ รวมไปถึงข่าวต้นชั่วโมง ซึ่งแต่ละช่วงจะมีผู้ประกาศฝีมือดีอย่าง รัฐวุฒิ มิตรมาก กาญจนา ทัพจีน วิลาสินี แวน ฮาเลน อัครพล ทองธราดล ศุภชาติ ศุภเมธี และอังคนา ใหม่มงคล เป็นผู้ดำเนินรายการ

ในด้านของช่องไทยรัฐทีวี หลังจากออกมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้วางแผนการทำตลาดในช่วงแรกไว้ว่า จะเน้นการสื่อสารภายใต้สโลแกน “คิดต่างอย่างเข้าใจ” ด้วยการออกมาทำกิจกรรมการตลาดร่วมกับรายการต่างๆ ของช่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับชม ขณะเดียวกันก็จะจัดกิจกรรมชิงโชค “เช้าอ่านสิบ เย็นหยิบแสน” เพื่อเปลี่ยนผู้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐให้มาเป็นผู้ชม

สำหรับเนื้อหาของคอนเทนต์การออกอากาศในช่วงแรก ไทยรัฐทีวีจะเน้นไปที่รายการข่าวและสาระคิดเป็นอัตราส่วนสูงถึง 50% เนื่องจากไทยรัฐมีความแข็งแกร่งในด้านของข่าว ดังนั้นคอนเทนต์ข่าวทั้งหมด ไทยรัฐทีวีจะเป็นผู้ผลิตเอง โดยในส่วนของรายการข่าวที่ไทยรัฐหยิบมาเป็นไฮไลต์ชนกับละครช่วงไพรม์ไทม์ ด้วยรายการ “ไทยรัฐนิวส์โชว์”

เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท กล่าวว่า บริษัทยังไม่มีแผนที่จะออกมาเปิดตัวช่องทีวีดิจิทัลในตอนนี้ เพราะภาพรวมทั้งในด้านของสัญญาณการออกอากาศ และการรับชมของผู้บริโภคยังไม่มีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ หรือทีวีที่สามารถรับสัญญาณทีวีดิจิทัลได้ ขณะเดียวกันการออกอากาศตอนนี้ยังไม่สามารถทำการโฆษณาสินค้าได้ บริษัทจึงยังไม่มีแผนที่จะเปิดตัวช่องทีวีดิจิทัลในตอนนี้ เพราะยังไม่อยากนำเงินลงทุนไปทิ้งในช่วงที่ยังไม่มีรายได้เข้ามา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ อสมท อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมออกอากาศของช่อง MCOT HD และ MCOT Family ซึ่งในเดือน ก.ค.นี้ คาดว่าแผนธุรกิจจะแล้วเสร็จพร้อมดำเนินการออกอากาศอย่างเป็นทางการ โดยในส่วนของงบประมาณการลงทุนของทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่องในปีนี้ จะอยู่ที่ประมาณ 950 ล้านบาท

สงกรานต์ เศรษฐสมภพ ประธานกรรมการบริหาร เดอะ ลีโอ เบอร์เนทท์ กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัลนับจากนี้จะเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น เพราะแต่ละรายต้องการดึงผู้ชมให้มาชมช่องของตนเอง จากการแข่งขันที่รุนแรงผู้ประกอบการควรมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างไปจากคู่แข่ง เช่น การนำเสนอรายการในรูปแบบใหม่ๆ

จากการเปิดตัวของช่องทีวีดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมา แต่ละช่องพยายามสร้างคาแรกเตอร์ให้กับช่องของตัวเอง เช่น ช่องไทยรัฐ มีการดึงความแข็งแกร่งในด้านของหนังสือพิมพ์มาใส่ไว้ในช่องทีวีดิจิทัล ขณะที่ช่อง 3 ซึ่งมีความแข็งแกร่งในด้านของรายการข่าวอยู่แล้วก็พยายามดึงความแข็งแกร่งในด้านของเนื้อหาของข่าวและตัวผู้ประกาศมาเป็นจุดขาย

กลยุทธ์ที่แต่ละช่องดึงออกมา อาจจะต้องมาวัดกันที่วิธีการนำเสนอว่าจะตรงกับความสนใจของผู้ชมมากน้อยแค่ไหน เพราะช่วงแรกผู้บริโภคยังคงไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกชมช่องใดเป็นพิเศษ เนื่องจากทีวีดิจิทัลช่องธุรกิจยังออกมาเปิดตัวไม่ครบทุกช่อง ดังนั้นผู้ชมจะใช้วิธีการรับชมช่องต่างๆ ไปเรื่อยๆ

สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า จากคอนเทนต์ข่าวที่แต่ละช่องต่างชูเป็นจุดเด่นสำหรับการออกอากาศในช่วงแรก เท่าที่สังเกตรูปแบบของรายการยังเป็นข่าวที่ซ้ำๆ กัน เนื้อหาของข่าวที่เลือกมานำเสนอมีความใกล้เคียงกันมาก ไม่มีการฉีกแนว ทั้งที่ยังมีข่าวให้เลือกนำเสนอแบบเจาะลึกอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะข่าวระดับโลก ซึ่งปัจจุบันยังขาดข่าวในรูปแบบวิเคราะห์เจาะลึก

จากช่องว่างที่ยังมีให้เข้ามาทำตลาดอีกมาก ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ต้องการเพิ่มฐานผู้ชมรายการข่าว ควรนำเสนอข่าวผ่าน 4 กลยุทธ์หลักดังนี้ คือ ข่าวทางตรง ข่าวเจาะลึก ข่าวที่มีความแตกต่าง และข่าวที่มีความลุ่มลึกรอบด้าน นอกจากนี้การนำเสนอยังเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญ เพราะหากผู้นำเสนอมีความสามารถ มีความรู้ มีการทำการบ้าน และมีการวิเคราะห์ข่าว ก็จะทำให้ข่าวมีความน่าสนใจมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการลองผิดลองถูก เพราะระบบการออกอากาศและการรับสัญญาณยังไม่มีความสมบูรณ์ หากยังเจาะกลุ่มเป้าหมายไม่ตรงกลุ่มยังสามารถปรับเปลี่ยนแผนได้ แต่เมื่อใดที่ทุกอย่างสมบูรณ์ 100% หากไม่เตรียมความพร้อมเสียแต่ตอนนี้ อาจช้าไปสำหรับการก้าวขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของความนิยม เพราะอย่าลืมว่าผู้ชมส่วนใหญ่ยังคงมีความภักดีต่อช่องทีวีหรือแบรนด์รอยัลตี้สูง ชอบแล้วชอบเลย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน