
สินเชื่อมี.ค.เริ่มเห็นแววฟื้น
กสิกรฯชี้ธุรกิจ-การค้าตปท.หัวขบวนหลักเตือนครึ่งปีหลังยังไม่ดีมีแววฟุบลง
กสิกรฯชี้ธุรกิจ-การค้าตปท.หัวขบวนหลักเตือนครึ่งปีหลังยังไม่ดีมีแววฟุบลง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยยอดสินเชื่อ มี.ค. เริ่มฟื้นตัวขึ้น เตือนทั้งปียังน่าห่วง หวั่นโตแค่ 6%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ยอดการปล่อยสินเชื่อสุทธิของธนาคารพาณิชย์ 14 แห่ง ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เริ่มมีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้น โดยขยายตัวเพิ่ม 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ไปอยู่ที่ 9.54 ล้านล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากการปรับตัวดีขึ้นของภาคธุรกิจเป็นหลัก โดยเฉพาะสินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ ทว่าสินเชื่อลูกค้ารายย่อยนั้นคาดว่าจะยังเติบโตในระดับชะลอตัวลง เนื่องจากธนาคารยังระมัดระวังการอนุมัติสินเชื่อใหม่ ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง
ทั้งนี้ ในจำนวนธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 14 แห่งนั้น มีการปล่อยสินเชื่อเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 7 แห่ง และลดลง 7 แห่ง เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. โดยกรุงไทยและไทยพาณิชย์ ยังคงเป็น 2 ธนาคารที่มีสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อในตลาดมากที่สุด ขณะที่ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) มีสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นมากที่สุดจากเดือนก่อนหน้าที่ 5.99% ตามมาด้วยเกียรตินาคิน 3.37% และกรุงศรีอยุธยา 3.13%
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยฯ คาดการณ์ว่า ในระยะยาวนั้นอัตราการเติบโตของสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่เหลือของปี 2557 มีแนวโน้มจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าสินเชื่อตลอดทั้งปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 6% เท่านั้น จากที่ขยายตัวได้ 8% ในไตรมาสแรก โดยเป็นการเติบโตของสินเชื่อลูกค้ารายย่อย 6.5% เทียบกับระดับ 11.7% ของปี 2556 ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจนั้นจะเติบโตได้ราว 5.7% จาก10.2% ของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ การคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อดังกล่าว เป็นไปตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวและผลของฐานสินเชื่อที่สูงในปี 2556 โดยจะเป็นการลดลงทั้งสินเชื่อภาคธุรกิจและลูกค้ารายย่อย ขณะที่เม็ดเงินสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นเทียบเดือนต่อเดือน แต่เป็นไปตามความต้องการสินเชื่อหมุนเวียนและสินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศของภาคธุรกิจ รวมถึงความต้องการใช้สอยของครัวเรือน
ขณะเดียวกัน แม้ภาวะการปล่อยสินเชื่อจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่สัดส่วนเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมกลับลดลง 1.01 แสนล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า หรือขยายตัวลดลง 7.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในเดือน ม.ค. ตึงตัวขึ้นอย่างชัดเจนจากเดือน ก.พ.
สำหรับยอดเงินฝากเดือน มี.ค. ลดลง 6.96 หมื่นล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 10.35 ล้านล้านบาท ณ สินเดือน ก.พ. 2557 โดยคาดว่าเป็นผลจากการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของตลาดเงินฝากของสถาบันการเงิน หลังจากที่ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีปัจจัยเฉพาะที่ทำให้มีเงินไหลฝากเข้าสูงกว่าปกติ
อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยฯ เชื่อว่าแนวโน้มการระดมเงินฝากในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปีนี้ น่าจะยังคงเห็นการออกแคมเปญเงินฝากเพื่อจูงใจของบางธนาคารอยู่ ทั้งนี้ การระดมเงินฝากยังขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านสภาพคล่องและความก้าวหน้าของธุรกิจหลักในระบบด้วย







