
ธุรกิจรายย่อยมะกันคืนชีพ
ตัวเลขการเงินดีกว่าก่อนเกิดวิกฤตกำไรพุ่งโอกาสผิดชำระหนี้ลด
ตัวเลขการเงินดีกว่าก่อนเกิดวิกฤตกำไรพุ่งโอกาสผิดชำระหนี้ลด
รายย่อยสหรัฐส่งสัญญาณสดใส หลุดพ้นจากภาวะถดถอย สภาพการเงินดีขึ้นต่อเนื่อง
เดอะ วอชิงตัน โพสต์ เปิดเผยรายงานโดยอ้างการสำรวจล่าสุดของเซจเวิร์ค บริษัทให้บริการทางด้านการเงินในสหรัฐ ระบุว่า ธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐ ซึ่งหมายถึงธุรกิจที่มียอดขายต่อปีไม่เกิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 320 ล้านบาท) นั้นหลุดพ้นจากภาวะถดถอยแล้ว เห็นได้จากสภาวะทางการเงินที่ความแข็งแกร่งมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แม้ว่าในแง่ของยอดขาย และการจ้างงานจะยังไม่ได้ขยายตัวมากขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ สื่อชื่อดังของสหรัฐได้อ้างผลจากรายงานของเซจเวิร์คในหลายด้าน โดยชี้ให้เห็นว่าอัตรากำไรสุทธิโดยเฉลี่ยของธุรกิจขนาดเล็กเมืองลุงแซมอยู่ที่ 5.2% ในปี 2007 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะที่ในช่วงปี 2008-2009 อัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับต่ำกว่า 4% ทว่าในปี 2013 ที่ผ่านมากลับปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 8.5%
นอกจากนี้แล้ว ผลสำรวจของบริษัทให้บริการทางการเงินในเมืองลุงแซมยังเปิดเผยให้เห็นอีกว่า อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานของบริษัทนั้นใช้เงินที่มาจากการกู้เป็นจำนวนเท่าไร ซึ่งถ้ามีสูงจะสะท้อนว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถชำระดอกเบี้ยได้นั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2007 ไปอยู่ที่ 3.2% ในปี 2008 และรักษาระดับนี้เป็นเวลาถึง 5 ปี ทว่า เมื่อปีที่แล้วกลับปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 2.8% โดยข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจดำเนินธุรกิจมากขึ้น โดยไม่ได้พึ่งพาสินเชื่อหรือการสร้างหนี้
ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ผลของเซจเวิร์คนั้นเปิดเผยอีกว่า ธุรกิจขนาดเล็กมีสัดส่วนของหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่นักลงทุนมักใช้ประเมินแนวโน้มที่บริษัทจะผิดชำระหนี้ปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 6.6% ในปี 2007 ไปแตะระดับ 7.2% ในปี 2009 ทว่ากลับปรับตัวลดลงแตะระดับ 5.9% ในปี 2013 ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่ดีขึ้นก่อนเกิดภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจเสียอีก
อย่างไรก็ตาม การรายงานของสื่อชื่อดังสหรัฐที่เป็นไปในทางบวก สอดคล้องเป็นไปในทางเดียวกับผลการสำรวจล่าสุดของธนาคารเชส แบงก์ ที่เปิดเผยมุมมองผู้นำธุรกิจปี 2014 พบว่า ธุรกิจขนาดเล็กจำนวน 67% มีความเชื่อมั่นว่ายอดขายในปีนี้จะเพิ่มมากขึ้น และมากกว่าครึ่งคาดว่ากำไรจะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย โดยรัฐเทกซัสเป็นรัฐที่มีความเชื่อมั่นมากที่สุด โดย 72% คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น ขณะที่ 68% คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นด้วย







