
กางกลยุทธ์โรงงานยาสูบเร่งขยายตลาดเพื่อนบ้าน
การเปิดเสรีทางการค้า ทำให้หลายหน่วยงานจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อขยายตลาดไม่เว้นแม้แต่องค์กรรัฐวิสาหกิจที่จำเป็นต้องออกไปบุกอาเซียนมากขึ้นรวมถึง โรงงานยาสูบ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
การเปิดเสรีทางการค้า ทำให้หลายหน่วยงานจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อขยายตลาดไม่เว้นแม้แต่องค์กรรัฐวิสาหกิจที่จำเป็นต้องออกไปบุกอาเซียนมากขึ้นรวมถึง โรงงานยาสูบ ที่กำลังวางแผนเจาะตลาดประเทศ
ต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการยาสูบ เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์กรมีแผนจะขยายตลาดในต่างประเทศ โดยเบื้องต้นจะเน้นประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศไทย เช่น พม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการศึกษารูปแบบการค้าในต่างประเทศไว้ค่อนข้างมาก
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา องค์กรได้ศึกษากรอบกติกาด้านการค้าการลงทุนของประเทศเพื่อนบ้านอย่างรอบคอบ ทั้งโครงสร้างภาษีและเครือข่ายการทำธุรกิจ เพราะแต่ละประเทศมีข้อกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจแตกต่างกันไป
เช่น ลาว และกัมพูชา มีการผลิตบุหรี่ภายในประเทศอยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลเหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันโรงงานยาสูบเริ่มนำสินค้าไปจำหน่ายในเขตการค้าปลอดภาษี (Duty Free) ของประเทศเพื่อนบ้านบ้างแล้ว
ขณะเดียวกัน ได้ศึกษาแนวทางการทำตลาดระบบการค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีความแตกต่างจากของไทย เพราะสำหรับไทยถือว่าบุหรี่เป็นสินค้าควบคุมและควบคุมในทุกมิติ ซึ่งตอนนี้โดยมีพ่อค้าคนกลาง หรือตัวแทนจำหน่ายติดต่อเข้ามามากเหมือนกัน แต่ขณะนี้ยังไม่พร้อมที่จะเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังต้องการใช้เวลาเรียนรู้ให้มากกว่านี้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดูแลไม่ให้สินค้าที่ส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศไหลกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้ง เนื่องจากโครงสร้างภาษีที่แตกต่างกัน อาจเป็นแรงจูงใจทำให้คนนำสินค้ากลับเข้ามาขายในประเทศ จึงต้องทำระบบดูแลอย่างดี ก่อนที่จะออกไปทำตลาดต่างประเทศอย่างเต็มตัว โดยจะมีการเก็บสถิติตัวเลขและติดตามการนำเข้าส่งออกอย่างเข้มงวด
“เราจำเป็นต้องหันไปทำตลาดในต่างประเทศ เนื่องจากตลาดของสินค้าประเภทนี้มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ดังนั้น ในการทำธุรกิจจะต้องไม่หยุดอยู่กับที่ แต่ต้องพยายามสร้างความหลากหลายให้กับสินค้า เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในต่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป และพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าก็เปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยม โดยให้ความสนใจกับสุขภาพและพิจารณาเรื่องสารตกค้างมากขึ้น”
นอกจากแผนการส่งสินค้าไปจำหน่ายแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีแผนออกไปลงทุน เพราะไม่ได้ต้องการเพิ่มกำลังการผลิต แต่ต้องการรักษาพื้นที่ตลาดเท่านั้น
ต่อศักดิ์ กล่าวด้วยว่า โรงงานยาสูบยังได้สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 80% คาดว่าจะดำเนินการเสร็จภายในปี 25592560 ซึ่งจะทำให้องค์กรไปอยู่ในแถวหน้าด้านการผลิตในภูมิภาคใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตในประเทศไม่ได้เพิ่มขึ้น เพียงแต่เครื่องจักรที่นำมาใช้จะทำให้เกิดความหลากหลาย เพราะปัจจุบันตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น มีความหลากหลายค่อนข้างมาก และการวางแผนพัฒนาเครื่องจักรเพื่อรองรับแผนที่วางไว้และให้สอดคล้องกับตลาดต่างประเทศ
สำหรับตลาดในเมืองไทยถือว่ามีอัตราการเติบโตระดับต่ำ โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ตลาดขยายตัว 2% ถือว่าแทบจะเติบโตน้อยที่สุดในอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ขณะที่ในประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย ตลาดเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก แทบทุกปี
ต่อศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า เป้าหมายขององค์กร ไม่ได้มุ่งเพิ่มการผลิต หรือขยายตลาด เพราะการที่ตลาดในประเทศหดตัวเป็นเรื่องที่ดี แต่เป้าหมายขององค์กรคือ การรักษาฐานตลาด ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามลดต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้เหลือน้อยที่สุดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน







