posttoday
หวั่นศึกชิงแรงงานปะทุแนะปรับอายุเกษียณ-เพิ่มผลิตภาพ

หวั่นศึกชิงแรงงานปะทุแนะปรับอายุเกษียณ-เพิ่มผลิตภาพ

23 เมษายน 2557

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นชื่อเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการว่างงานน้อยที่สุดภูมิภาคหนึ่งของโลก ข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ระบุว่า ประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดในภูมิภาคนี้ ณ ปี 2556 คือกัมพูชา มีอัตราว่างงานเพียง 0.29% สูงที่สุดคือฟิลิปปินส์ 7.33% น้อยกว่าประเทศแถบยุโรปหลายประเทศ ซึ่งอัตราว่างงานพุ่งทะลุ 10%

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นชื่อเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการว่างงานน้อยที่สุดภูมิภาคหนึ่งของโลก ข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ระบุว่า ประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดในภูมิภาคนี้ ณ ปี 2556 คือกัมพูชา มีอัตราว่างงานเพียง 0.29% สูงที่สุดคือฟิลิปปินส์ 7.33% น้อยกว่าประเทศแถบยุโรปหลายประเทศ ซึ่งอัตราว่างงานพุ่งทะลุ 10%

อย่างไรก็ตาม การมีอัตราว่างงานต่ำนำไปสู่คำถามถึงความสอดคล้องกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เมื่อรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน มีการลงทุนมากขึ้น ความต้องการแรงงานมากขึ้น จำนวนประชากรวัยแรงงานจะเติบโตทันความต้องการดังกล่าวหรือไม่

ข้อมูลจากรายงาน Global Employment Trends 2014 : The Risk of Jobless Recovery ของไอแอลโอ ระบุว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรแรงงานในกัมพูชา ลาว มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 1.5% ในช่วง 56 ปีจากนี้ (2558-2563) โดยฟิลิปปินส์เติบโตสูงสุดเฉลี่ยปีละ 2.31% ในทางตรงกันข้าม พม่า เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย มีการเติบโตลดลงอย่างชัดเจน มีอัตราเติบโตปีละไม่ถึง 1%

โดยเฉพาะไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำสุดในอาเซียน เติบโตเพียงปีละ 0.48% เท่านั้น

ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน ฝ่ายการวิจัยทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาสังคม มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) วิเคราะห์ว่า สถานการณ์การเติบโตของกำลังแรงงานไทย 5 ปีจากนี้ ถือว่ายังอยู่ในระดับ “ทรงตัว” คือเติบโตเล็กน้อย แต่ด้วยฐานประชากรวัยแรงงานที่ค่อนข้างกว้างถึง 40 ล้านคน แม้จะเติบโตเพียง 0.4% ก็ยังไม่น่าจะทำให้ช่วง 5 ปีจากนี้เกิดการชิงตัวแรงงานกันอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ช่วง 56 ปีหลังจากนั้น (2564-2569) การเติบโตของแรงงานไทยจะอยู่ในภาวะ “ทรุดตัว” คือมีอัตราการเติบโตติดลบอย่างชัดเจน และเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้

“ถ้าประชากรเกิดน้อย กำลังแรงงานเพิ่มน้อย ก็ต้องใช้เรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการยกระดับคุณภาพของเด็กในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณภาพแรงงานที่อยู่ในตลาดแล้วขณะนี้”

ยงยุทธ วิเคราะห์อีกว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัจจัยหนึ่งให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศ จากประเทศที่มีกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เข้าสู่ประเทศที่กำลังแรงงานเพิ่มขึ้นน้อย ภาคธุรกิจที่น่าเป็นห่วงคือ ภาคบริการและภาคธุรกิจท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นภาคธุรกิจที่ต่างชาติสามารถเข้าทดแทนได้ง่าย

ทั้งนี้ ภาคแรงงานจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้งด้านภาษา ทักษะเชิงคิด ตลอดจนปรับตัวให้มีความขยันและอดทนต่อการทำงาน เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน

ขณะที่ภาคเอกชนควรปรับตัวโดยดูปัจจัยด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจไปด้วย เพื่อนำมาตอบโจทย์กำลังแรงงานที่มีแนวโน้ม “ทรงตัว” และ “ทรุดตัว”

ด้าน สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) มองว่า แนวโน้มตลาดแรงงานทรงตัวและทรุดตัวเกิดจากการที่ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะอัตราการเกิดและตายเกือบเท่ากัน (Steady Stage) เมื่อมีการทรุดตัวลง เชื่อว่าจะส่งผลต่อการแย่งชิงบุคลากรฝีมือดีในธุรกิจขายส่ง ขายปลีก ภาคบริการ ภาคการท่องเที่ยว บริการสาธารณะ และการเงิน ให้รุนแรงขึ้นกว่าปัจจุบัน

“ปัญหาจะเกิดเพราะเรากำลังสร้างตัวเองในฐานะฐานการผลิต เรื่องนี้จะนำไปสู่การนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นทั้งในภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคก่อสร้าง เชื่อว่าแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายและผิดกฎหมายจะสูงขึ้นทั้งคู่”

สำหรับการแก้ปัญหานั้น ในระดับมหภาค ไทยต้องผลักดันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่ระดับองค์กรต้องขยายการเกษียณอายุ ให้ผู้สูงอายุเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงพัฒนาคนรุ่นใหม่ๆ พร้อมทั้งเพิ่มผลิตภาพการผลิตให้สูงขึ้น ขณะที่ระดับแรงงานก็ต้องปรับปรุงตัวเองให้เป็นบุคคลที่มีทักษะทำงานได้หลายอย่าง (MultiSkills) เพื่อให้ตอบโจทย์องค์กร

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน