
ถามหาซีจีผู้บริหารGOLDก่อนอนุมัติขายที่
รายย่อยอนุมัติ UVGOLD ขายที่ดิน 30 ไร่ ให้กับ TCC พร้อมเรียกร้องธรรมาภิบาลจากผู้บริหาร
รายย่อยอนุมัติ UVGOLD ขายที่ดิน 30 ไร่ ให้กับ TCC พร้อมเรียกร้องธรรมาภิบาลจากผู้บริหาร
ในการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท ยูนิ เวนเจอร์ (UV) เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ผู้ถือหุ้นอนุมัติรายการเกี่ยวโยงให้บริษัทย่อย คือ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) ขายที่ดินย่านรามคำแหง 28 จำนวน 31 ไร่ 70 ตารางวา ให้กับบริษัท ศิริทรัพย์วัฒนา เป็นเงิน 980 ล้านบาท แต่กว่าจะสามารถลงมติได้ ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการซักถามผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท
ผู้ถือหุ้นได้ตั้งข้อสังเกตในการขายครั้งนี้ หลังจากประกาศขายที่ดินดังกล่าวต่อสาธารณชนเพียง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ธ.ค. 2556 ซึ่งใกล้กับวันหยุด และมีผู้เสนอซื้อเพียง 2 รายเท่านั้น และผู้ที่ชนะก็มีความเกี่ยวโยงกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ UV และ GOLD
บริษัทอธิบายถึงความจำเป็นในการขายที่ดินครั้งนี้ จะทำให้ GOLD มีกำไรถึง 231 ล้านบาท นำมาลดหนี้ที่มีอยู่กว่า 4,000 ล้านบาท ภาระดอกเบี้ยจ่าย 250 ล้านบาทต่อปี จะช่วยลดหนี้สินต่อทุนจาก 1.24 เท่า เหลือ 1.16 เท่า ส่วนราคาที่ขายนั้นถือว่าสมเหตุสมผล และสูงกว่าผู้เสนอซื้ออีกราย 30 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นมีความเห็นว่า ท้ายที่สุดบริษัทก็จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อไปซื้อที่ดินแปลงใหม่รองรับการพัฒนาในโครงการใหม่ๆ ต่อไปอีก ทำไม UV และ GOLD ไม่ดำเนินการพัฒนาที่ดินด้วยตนเอง กลับขายให้กับบริษัท ศิริทรัพย์วัฒนา ซึ่งมีบริษัททีซีซี โฮลดิ้ง (TCC) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 99%
“ทั้งสามบริษัทมีกรรมการเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน ทำไมกรรมการกลุ่มเดียวกันนี้กลับมองไม่เห็นศักยภาพของที่ดินแปลงนี้ เพื่อจะสร้างผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับ UV และ GOLD ดังนั้น อยากเรียกร้องให้กรรมการตรวจสอบของทั้งสองบริษัทได้ทำหน้าที่ให้ดี และช่วยตรวจสอบด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมีธรรมาภิบาลดูแลกิจการที่ดีด้วย”
นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ GOLD กล่าวว่า ก่อนตัดสินจะขายที่ดินผืนดังกล่าว ได้พิจารณาถึงความเสี่ยงแล้ว หากบริษัทพัฒนาเองเป็นตึกสูงจะมีมูลค่าโครงการสูงถึง 6,000 ล้านบาท จำนวน 5,000 ยูนิต และใช้เวลาถึง 3-5 ปี กว่าจะพัฒนาและคืนทุน อีกทั้งศึกษาแล้วพบว่าไม่คุ้ม นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะขายที่ดินที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักอีกหลายจังหวัด ทั้ง จ.กระบี่ นครราชสีมา ระยอง เชียงราย มูลค่ารวมกว่า 1,400 ล้านบาท







