posttoday
สำรวจคนซื้อบ้านกลุ่มครอบครัวดีมานด์แกร่ง

สำรวจคนซื้อบ้านกลุ่มครอบครัวดีมานด์แกร่ง

22 เมษายน 2557

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว สิ่งที่ยังประคับประคองให้แต่ละบริษัทยังมีแรงเดินต่อไปได้คือความต้องการซื้อจริง หรือเรียลดีมานด์ เพราะที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัย 4 ที่ทุกคนต้องการ แม้เวลานี้เรียลดีมานด์อาจจะไม่เบ่งบานเหมือนช่วงที่ตลาดเฟื่องฟูก็ตาม

ในยามที่ต้องประคองตัวให้รอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ การมองให้เห็นความต้องการจริงในตลาดเสมือนการเห็นหนทางรอดที่ต้องรีบคว้า การเข้าถึงความต้องซื้อจริงในเวลานี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ร่วมกับสมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สำรวจความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้เข้าชม “งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 30” ที่เพิ่งผ่านไป จากกลุ่มตัวอย่าง 1 หมื่นคน ที่เข้าชมงานพบว่า ผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ 63.4% ไม่เคยเข้าชมงานมาก่อน ขณะที่ 36.6% เคยเข้าชมงาน ซึ่งไม่ต่างจากการจัดงาน 3 ครั้งที่ผ่านมา

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในการจัดงานครั้งที่ 30 สัดส่วนผู้ที่สมรสแล้วเข้าชมงานสูงกว่า 3 ครั้งที่ผ่านมา โดยมีสัดส่วนสูงถึง 32% สอดคล้องกับช่วงอายุซึ่งกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 4150 ปี เข้าชมงานมากขึ้นถึง 22% ส่วนช่วงอายุ 2130 ปี ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เริ่มวัยทำงานที่มีบทบาทต่อการซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงที่ผ่านมามีสัดส่วนลดลงอย่างชัดเจน

เช่นเดียวกับรายได้ครอบครัวต่อเดือน พบว่า กลุ่มรายได้ 70,0011 แสนบาท เพิ่มขึ้นเป็น 24% ซึ่งสูงกว่าทุกกลุ่มรายได้ ในขณะที่ 3 ครั้งที่ผ่านมากลุ่มรายได้ครอบครัวต่อเดือน 30,0015 หมื่นบาท เข้าชมงานสูงสุด โดยกลุ่มตัวอย่างสัดส่วน 22.7% คิดจะซื้อที่อยู่อาศัยภายใน 12 ปี และสัดส่วน 11.8% ตั้งใจที่จะมาซื้อภายในงานโดยแหล่งเงินทุนที่นำมาซื้อบ้าน ใช้การกู้เงินจากสถาบันการเงินมีสัดส่วนสูงถึง 81.6% มีเพียง 18.4% เท่านั้นที่ใช้เงินออมส่วนตัว

ผู้ที่กู้เงินจากสถาบันการเงินสัดส่วน 46.2% มีความสามารถในการผ่อนชำระ 10,0012 หมื่นบาทต่อเดือน รองลงมา คือ สัดส่วน 25% ผ่อนชำระไม่เกิน 1 หมื่นบาท และสัดส่วน 13.3% ผ่อนชำระ 20,0013 หมื่นบาท ทั้งนี้ผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่ปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ 71.1% รองลงมา ได้แก่ นนทบุรี 6.7% สมุทรปราการ 5.4% และปทุมธานี 3.5%

สำหรับที่อยู่อาศัยที่อยู่ในปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยว 40.3% รองลงมา คือ อพาร์ตเมนต์/หอพัก/แฟลต 16.8%ทาวน์เฮาส์ 15.6% คอนโดมิเนียม 15.1% อาคารพาณิชย์ 10.1% และบ้านแฝด 2%

ด้านสถานะการอยู่อาศัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีสถานะเป็นเป็นเจ้าของไม่มีภาระผ่อน 32.8% รองลงมา คือ เป็นผู้อยู่อาศัย 29.3% เช่า 20% เป็นเจ้าของมีภาระผ่อน 14.7% และอยู่บ้านสวัสดิการ 3.2% ซึ่งผลสำรวจส่วนของลักษณะที่อยู่อาศัยในปัจจุบันและสถานะการอยู่อาศัย สะท้อนให้เห็นว่า มีจำนวนไม่น้อยยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง จึงเป็นกลุ่มที่มีโอกาสที่จะซื้อที่อยู่อาศัยใหม่มากที่สุด

นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า ผู้เข้าร่วมชมงานส่วนใหญ่ยังอยู่อาศัยบ้านแนวราบมากกว่าคอนโดมิเนียม ในขณะที่ยอดขายส่วนใหญ่ในงานหลายครั้ง คอนโดมิเนียมจะสูงกว่าบ้านแนวราบ ซึ่งเป็นไปได้ว่า กลุ่มผู้ที่เข้าร่วมชมงาน ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่บ้านแนวราบ มีความสนใจมาหาข้อมูลเกี่ยวกับคอนโดมิเนียม ส่วนกลุ่มที่ซื้อคอนโดมิเนียมไปแล้ว ก็จะไม่สนใจเข้าร่วมชมงานอีก

สำหรับที่อยู่อาศัยที่ต้องการซื้อในอนาคต พบว่าบ้านเดี่ยวยังคงครองแชมป์บ้านในฝันอันดับ 1 มีสัดส่วนความต้องการ 46% รองลงมา คือ คอนโดมิเนียม 32.5% และทาวน์เฮาส์ 14.8% โดยจำนวนผู้อยู่อาศัยในครัวเรือนส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 24 คน ระดับราคาเกาะกลุ่มที่ 1.12 ล้านบาท มากถึง 42%

ส่วนทำเลที่ต้องการ พบว่า ผู้ที่ต้องการบ้านเดี่ยวต้องการทำเลใกล้รถไฟฟ้า 43% และต้องการใกล้ที่ทำงาน 31% ส่วนผู้ที่ต้องการคอนโดมิเนียมสัดส่วนสูงถึง 75% ต้องการทำเลใกล้รถไฟฟ้ามีสัดส่วนเพียง 16% ที่ต้องการคอนโดใกล้ที่ทำงาน ส่วนผู้ที่ต้องการอาคารพาณิชย์สัดส่วน 52% ต้องการทำเลใกล้รถไฟฟ้า ส่วนอีก 21% ต้องการใกล้ที่ทำงาน ด้านผู้ที่ต้องการทาวน์เฮาส์สัดส่วน 42% ต้องการทำเลใกล้รถไฟฟ้าสัดส่วน 35.5% ต้องการใกล้ที่ทำงาน และสัดส่วน 11% ต้องการใกล้ห้างสรรพสินค้า

ขณะที่ทำเลที่กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการซื้อมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ เขตบางนา จตุจักร ลาดพร้าว ห้วยขวาง และบางกะปิ โดยสัดส่วน 53.5% ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า รองลงมาคือ สัดส่วน 27% ต้องการซื้อใกล้ที่ทำงาน และสัดส่วน 11% ต้องการใกล้ห้างสรรพสินค้า ส่วนปัจจัยที่ต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ พบว่า ความต้องการแยกครอบครัว/แต่งงาน มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 17% และต้องการซื้อเพื่อลงทุน/ให้เช่าเพิ่มขึ้นเช่นกันโดยเพิ่มเป็น 9% สูงกว่าการจัดงาน 3 ครั้งที่ผ่านมา

ด้านการรับรู้ข่าวสาร พบว่า ผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่รับรู้ข่าวสารจากสื่อออนไลน์ 33.2% โดยรับรู้ข้อมูลจากเว็บไซต์มากที่สุด รองลงมา คือ เฟซบุ๊กและเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลกูเกิล ด้านสื่อโทรทัศน์ มีผู้รับรู้ข่าวสาร 25% สื่อสิ่งพิมพ์ มีผู้รับรู้ข่าวสาร 17.8% ส่วนสื่ออื่นๆ มีผู้รับรู้ข่าวสาร 23.9% โดยในสื่ออื่นๆ รับรู้จากสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีมากที่สุด รองลงมา คือ วิทยุและบิลบอร์ด

ส่วนช่องทางที่สะดวกในการรับรู้ข่าวสาร พบว่า ช่องทาง SMS มาเป็นอันดับ 1 คือ 31.6% รองลงมา คือสื่อออนไลน์ 22.7% วิทยุ 19.9% สื่อโทรทัศน์ 19.3%และสื่อสิ่งพิมพ์ 6.5% จากข้อมูลส่วนนี้อาจสะท้อนได้ว่าสื่อใหม่ๆ เช่น สื่อออนไลน์ สื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าจะเข้ามามีบทบาทกับผู้ซื้อบ้านยุคใหม่มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน