
กลุ่มเครื่องประดับหวังคนแห่แต่งงานฟื้นยอด
ไดมอนด์ วิท มี หันสต็อกเพชรเม็ดเล็กผลิตตามคำสั่ง ลุ้นไตรมาส 3 ตลาดเครื่องประดับฟื้นรับคนแห่แต่งงาน
ไดมอนด์ วิท มี หันสต็อกเพชรเม็ดเล็กผลิตตามคำสั่ง ลุ้นไตรมาส 3 ตลาดเครื่องประดับฟื้นรับคนแห่แต่งงาน
นายชวนินทร์ หลิมทอง เจ้าของธุรกิจเครื่องประดับ “ไดมอนด์ วิท มี” (Diamond With Me) เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจเครื่องประดับเพชรรายย่อย ได้ประเมินสถานการณ์ตลาดเครื่องประดับเพชร คาดว่า จะฟื้นกลับมาในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้ โดยเฉพาะช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. จากการสำรวจ พบว่า ปีนี้มีคู่บ่าวสาวจำนวนหลายคู่ที่เตรียมจัดพิธีแต่งงาน ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของธุรกิจเครื่องประดับแหวนเพชร
สำหรับแบรนด์ไดมอนด์ วิท มี เตรียมร่วมกับพันธมิตรธุรกิจสตูดิโองานแต่งงาน (เวดดิ้ง สตูดิโอ) รายต่างๆ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายและทำตลาดร่วมกันด้วย
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมแผนออกบูธแนะนำผลิตภัณฑ์แบรนด์ไดมอนด์ วิท มี ร่วมกับงานแสดงสินค้าต่างๆ เพื่อรองรับคำสั่งการผลิตสินค้าที่คาดว่าจะมีแนวโน้มคืนกลับมาในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเข้าสู่ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ รวมถึงพัฒนาสินค้าภายใต้คอลเลกชั่นใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการปรับตัวธุรกิจไดมอนด์ วิท มี คาดว่าจะมีรายได้เติบโต 15% ขณะที่ภาพรวมธุรกิจเครื่องประดับเติบโตคงที่
ขณะเดียวกันแบรนด์ไดมอนด์ วิท มี ยังอยู่ระหว่างรวมกลุ่ม (คลัสเตอร์) ธุรกิจเครื่องประดับเพชรและเครื่องประดับประเภทต่างๆ เพื่อให้บริการผลิตตามคำสั่ง หรือเลือกซื้อสินค้าได้แบบครบวงจร ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้จัดหาวัตถุดิบ (ซัพพลายเออร์) ผ่านบนเครือข่ายออนไลน์เว็บไซต์ไทยจิวเวลรรโซไซตี้ ดอท คอม ซึ่งในเบื้องต้นมีผู้ประกอบการธุรกิจสนใจเข้าร่วมกว่า 30 ราย
ทางร้านได้ปรับตัวทางธุรกิจหันมาสต็อกวัตถุดิบเพชรที่มีขนาดเล็กจำนวนมากขึ้น เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดหรือพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในปัจจุบันที่หันมานิยมสั่งผลิตสินค้า(ออเดอร์)เครื่องประดับแหวนเพชรที่มีขนาดเม็ดเล็กลง เพื่อนำมาสวมใส่เครื่องประดับดังกล่าวได้ในชีวิตประจำวันได้ในทุกโอกาสมากขึ้น
ขณะที่ ทางร้านเริ่มเห็นแนวโน้มดังกล่าวจากฐานกลุ่มเป้าหมายลูกค้าเดิมของทางร้านที่เริ่มออเดอร์เครื่องประดับแหวนเพชรเม็ดขนาดเล็กลง ขณะที่กลุ่มแหวนเพชรเม็ดขนาดใหญ่เริ่มขายได้ค่อนข้างยากขึ้น ส่วนหนึ่งคาดมาจากบรรยากาศทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ที่ส่งผลกระทบยังอารมรณ์การจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เครื่องประดับ ที่ชะลอตัวในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ที่ผ่านมา
“ทางร้าน เตรียมแผนออกแบบและผลิตตามออเดอร์ของลูกค้า ที่ต้องการสวมใส่แหวนเพชรที่มีขนาดเล็กลง หรือเริ่มน้ำหนักเพชรที่ขนาด 30 สตางค์ มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่วงละ 2.5-3.5 หมื่นบาทต่อชิ้น เป็นต้น จากเดิมที่นิยมสั่งผลิตหรือสวมแหวนเพชรน้ำหนักขนาด1กะรัต ขึ้นไป” นายชวนินทร์ กล่าว







