
บาทแข็งแค่ช่วงสั้น
กูรูเศรษฐกิจเชื่อแนวโน้มยังอ่อนค่าลงหลังสหรัฐทยอยลดคิวอีภายในสิ้นปีนี้
กูรูเศรษฐกิจเชื่อแนวโน้มยังอ่อนค่าลงหลังสหรัฐทยอยลดคิวอีภายในสิ้นปีนี้
เงินต่างชาติทะลักไทย กดบาทแข็ง กูรูเชื่อแค่ระยะสั้น แนวโน้มยังอ่อนค่าลง
น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 18 เม.ย. ที่ระดับ 32.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้น 0.25% จากค่าเงินบาทที่ปิดตลาดในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สาเหตุหลักมาจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้าในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้น
ทั้งนี้ หลังจากตลาดเปิดทำการต่อเนื่องในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ทำให้เมื่อเปิดทำการได้ 3 วัน วันที่ 16-18 เม.ย. มีนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิตลอด 3 วันทำการ โดยต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 3,245.29 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 3,862 ล้านบาท รวมแล้ว 7,107.29 ล้านบาท
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เงินบาทแข็งค่าชั่วคราวเท่านั้น แต่ในระยะยาวเงินบาทยังมีโอกาสที่จะอ่อนค่าลงอีก โดยเฉพาะในปลายปีนี้ที่สหรัฐจะลดปริมาณคิวอีและดำเนินการดึงสภาพคล่องกลับ
“ช่วง 2 เดือนแรกนี้ เงินบาทแข็งค่าในทิศทางเดียวกับตลาดเกิดใหม่ ทั้งอินโดนีเซีย อินเดีย ตุรกี สาเหตุเพราะในเดือน ม.ค. มีปัญหาเกิดขึ้นในอาร์เจนตินาและตุรกี แต่เมื่อคลี่คลายลงเงินก็ไหลกลับเข้ามา แต่ในระยะยาวเงินบาทจะขึ้นกับการปรับลดมาตรการคิวอีของสหรัฐ” นายกอบศักดิ์ กล่าว
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุเช่นเดียวกันว่า ไม่เชื่อว่าค่าเงินบาทจะหลุดกรอบ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในระยะสั้นนี้ไปได้ เพราะธนาคารกลางสหรัฐน่าจะทยอยปรับลดมาตรการคิวอีลงอย่างต่อเนื่องจนหมดในสิ้นปีนี้ และหลังจากนั้นคาดว่าจะมีการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามทิศทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีขึ้น
“เงินทุนที่ไหลเข้าในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทยในช่วงนี้ รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้น่าจะเป็นเพียงภาวะชั่วคราว และยังมีโอกาสผันผวนได้อีกจากหลายปัจจัย” นายเชาว์ ระบุ







