
รื้อประกันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ปรับความคุ้มครองตามสภาพจริงคปภ.วางเกณฑ์ห้ามปรับเบี้ยเพิ่ม
ปรับความคุ้มครองตามสภาพจริงคปภ.วางเกณฑ์ห้ามปรับเบี้ยเพิ่ม
ปรับใหม่ประกันภัยแล้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปรับความคุ้มครองเข้ากับพื้นที่ คิดเบี้ยเท่าเดิม
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัทไทยรับประกันภัยต่อหรือไทยรี เพื่อปรับปรุงเงื่อนไขความคุ้มครองในส่วนของการรับประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยใช้ดัชนีน้ำฝนเป็นตัววัดความเสียหาย โดยไม่จำเป็นต้องมีการปรับเบี้ยประกันเพิ่ม
“เราต้องการเดินหน้าโครงการรับประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อไป แต่ก็ต้องปรับความคุ้มครองให้เข้ากับสภาพความเป็นจริง เช่น การปรับรัศมีเครื่องวัดน้ำฝน ที่เน้นสะท้อนพื้นที่เพาะปลูกจริง แต่อาจทำให้มีพื้นที่การรับประกันลดน้อยลง ซึ่งเรื่องนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังคุยกันอยู่ เพราะโจทย์ใหญ่ของ คปภ.เองก็ไม่ต้องการให้มีการปรับเบี้ยขึ้นและให้ความคุ้มครองใกล้เคียงของเดิม” นายจีรพันธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องหาข้อสรุปเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากจะถึงฤดูเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้ว หากกำหนดเงื่อนไขความคุ้มครองใหม่เสร็จช้าไป อาจไม่มีเกษตรกรซื้อประกันก็ได้ ดังนั้น คงต้องรีบหาข้อสรุปออกมาให้เร็วที่สุด โดยเป็นการรับประกันภายในประเทศเอง ทั้งจากไทยรี บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ และบริษัท ทิพยประกันภัย ซึ่งในเรื่องของการรับประกันภัยพืชผลนั้น ไม่สามารถนำรูปแบบทั้งหมดจากต่างประเทศมาใช้กับไทยได้ทันที ต้องมีการศึกษาและปรับปรุงเงื่อนไขให้เข้ากับภูมิประเทศของไทยด้วย ซึ่งในต่างประเทศเองก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี ถึงทำได้สำเร็จ
นายจีรพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของประกันภัยข้าวนาปีฤดูการผลิต 2557 นั้น ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้วิธีการขยายระยะเวลาโครงการรับประกันภัยพืชผลข้าวนาปีต่อจากปี 2556 แทนการขออนุมัติโครงการใหม่
ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการต่อได้ทันที หากได้รับการอนุมัติ โดยมีบริษัท ทิพยประกันภัย บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ และบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย เป็นผู้รับประกันภัยเหมือนเดิม
สำหรับค่าเบี้ยและความคุ้มครองนั้นก็จะเหมือนเดิม โดยจะมีการคิดเบี้ยประกันภัยตามพื้นที่เสี่ยงที่จัดออกเป็น 5 ระดับ หากอยู่ในพื้นที่เสียงสูงสุดจ่ายเบี้ยไร่ละ 470 บาท ถ้าพื้นที่เสี่ยงต่ำสุดไร่ละ 120 บาท จากเดิมที่รับประกันราคาเดียว ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุ ลูกเห็บ หนาว ไฟไหม้ ไร่ละ 1,111 บาท ส่วนภัยแมลง ศัตรูพืช ให้ความคุ้มครองไร่ละ 555 บาท โดยตั้งเป้ามีเกษตรกรทำประกันที่ 1.5 ล้านไ
สมาคมประกันวินาศภัยหารือสศค.ขยายการรับประกันภัยพืชผลข้าวนาปี’57 หลังปี’56 เงียบ
นายถนัด จีรชัยไพศาล ผู้อำนวยการ บริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯได้หารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เพื่อขยายระยะเวลาโครงการรับประกันภัยพืชผลข้าวนาปีในปีการผลิตปี 2557 มี 3 บริษัทประกันภัยรับประกัน คือ บริษัททิพยประกันภัย บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ และ บริษัทเจ้าพระยาประกันภัย โดยทางสศค.จะนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษาหารือกับทางกระทรวงการคลังว่าทำได้หรือไม่ เพราะต้องมีส่วนที่รัฐบาลจะต้องสนับสนุนเบี้ยประกันภัยบางส่วนให้เกษตรกร และ เกษตรกรจ่ายเองบางส่วน
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่น่าติดตามเรื่องที่รัฐบาลปัจจุบัน ทำหน้าที่รักษาการ จะสามารถอนุมัติให้ขยายโครงการดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะการประกันภัยพืชผลข้าวนาปีนี้ ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ตามการเสนอของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ที่ต้องการให้บริการแก่เกษตรกรที่เป็นลูกหนี้
นอกจากนี้ การประกันภัยพืชผลจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ หลังจากที่หน่วยงานรัฐมีการประกาศว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับข้าวของเกษตรกรและมีการเยียวยา ประกันภัยจึงจะสามารถจ่ายค่าสินไหมได้ และรัฐจ่ายค่าเบี้ยให้เกษตรกรบางส่วน จึงต้องให้รัฐบาลอนุมัติเห็นชอบให้เดินหน้าโครงการนี้ได้
สำหรับ ปีที่ผ่านมาโครงการนี้แทบจะเป็นศูนย์ เพราะกว่าจะสามารถเริ่มขายประกันได้ล่าช้ามาก และมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการรับประกันภัย โดยคิดเบี้ยประกันภัยตามพื้นที่เสี่ยงที่จัดออกเป็น 5 ระดับ หากอยู่ในพื้นที่เสียงสูงสุดจ่ายเบี้ยไร่ละ 470 บาท ถ้าพื้นที่เสี่ยงต่ำสุดไร่ละ 120 บาท จากเดิมที่รับประกันราคาเดียว ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุ ลูกเห็บ หนาว ไฟไหม้ ไร่ละ 1,111 บาท ส่วนภัยแมลง ศัตรูพืช ให้ความคุ้มครองไร่ละ 555 บาท
“เรายังได้ขอเจรจากับทางบริษัทประกันภัยต่อ ในการเข้ามารับประกันภัยจากโครงการนี้ ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะปีที่ผ่านมาโครงการนี้แทบจะเป็นศูนย์”นายถนัด กล่าว







