
แบงก์ใหญ่ดีเกินคาด
BBLSCBKBANKคุมต้นทุนเพิ่มสำรองเช่าซื้อกำไรวูบลงแรงตามเศรษฐกิจ
BBLSCBKBANKคุมต้นทุนเพิ่มสำรองเช่าซื้อกำไรวูบลงแรงตามเศรษฐกิจ
แบงก์ใหญ่ฝ่าวิกฤตฉลุย กำไรสูงเกินคาดจากสารพัดกลยุทธ์ ตั้งสำรองเพิ่ม ส่วนธนาคารที่เช่าซื้อแย่หน่อย
ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ไม่รวมกรุงไทย เปิดผลงานในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้แล้วดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ ส่วนธนาคารที่เน้นธุรกิจเช่าซื้อ กำไรลดลงมากจากช่วงเดียวกันปีก่อน เช่น ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ลดลง 39.75% เหลือ 700 ล้านบาท โดยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ยังคงแชมป์ที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 13,128 ล้านบาท ส่วนธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เป็นรองเรื่องเม็ดเงินกำไรสุทธิ 11,938 ล้านบาท แต่สามารถขยายตัวทั้งช่วงเดียวกันปีก่อน 18% และไตรมาส 4 ที่ผ่านมา 25%
ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีกำไรสุทธิ 8,965 ล้านบาท แม้จะลดลงถึง 49% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นถึง 16% จากไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา เพราะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 194 ล้านบาท รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 489 ล้านบาท หรือ 6% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง 1,147 ล้านบาท
“แบงก์มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 2.28% เป็น 2.3% จากสินเชื่อเพิ่มขึ้น และสามารถบริหารต้นทุนเงินฝากได้ดี ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 8,671 ล้านบาท ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน จากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ และรายได้จากเงินปันผล” ธนาคารกรุงเทพ ระบุ
ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 1,745,919 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2556 เนื่องจากความต้องการสินเชื่อสำหรับลูกค้าธุรกิจรายใหญ่เติบโตลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่สินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น
ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพมีจำนวน 45,003 ล้านบาท และมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อที่ 2.2% ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับ ณ สิ้นปี 2556 และไตรมาสนี้ได้ตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ 2,103 ล้านบาท
ทางด้านธนาคารกสิกรไทย ไตรมาสนี้มีกำไรสูงกว่าไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย จำนวน 1,998 ล้านบาท หรือ 17.11% และอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) อยู่ที่ระดับ 3.61% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน
สำหรับกำไรที่เติบโตกว่าไตรมาสแรกปีก่อนถึง 18% ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 2,289 ล้านบาท หรือ 13.31% จากสินเชื่อขยายตัว สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน 2,196 ล้านบาท หรือ 19.13%
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีกำไรสุทธิ 3,266 ล้านบาท ลดลงประมาณ 19% จากไตรมาสแรกปีก่อน เกิดจากสินเชื่อหดตัว 0.4% จากสิ้นปีที่ผ่านมา เงินฝากเพิ่มขึ้น 2.2% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิลดลงเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 4.22% รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิหดตัว 5.7% จากไตรมาส 4
นายโนริอากิ โกโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAY กล่าวว่า กรุงศรียังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยความรอบคอบระมัดระวัง จึงปรับลดเป้าหมายของสินเชื่อจากโต 9% เป็น 79% ภายใต้สมมติฐานว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวในอัตรา 2.7%”
ด้านธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) มีกำไรสุทธิ 440 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 40.57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า สาเหตุหลักที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูงมาก มาจากรายได้อื่น 106% รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 395.1 ล้านบาท หรือ 27.1% รายได้ค่าธรรมเนียมบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท หรือ 23.1%







