
"บิ๊ก"ป่วนแบงก์
ในขณะที่ประชาชนกำลังมีความสุขกับการเล่นสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ แต่ทีมดูแลไอทีของธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่ง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ในขณะที่ประชาชนกำลังมีความสุขกับการเล่นสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ แต่ทีมดูแลไอทีของธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่ง กำลังคร่ำเคร่งกับการตรวจสอบระบบของธนาคาร หลังจากได้รับแจ้งจากทางบริษัท กูเกิล ว่า ได้ตรวจพบบั๊ก (Bug) หรือจุดบกพร่อง ที่เกิดขึ้นกับโปรแกรมอันเนื่องมาจากคำสั่งในโปรแกรมนั้นๆ เอง ซึ่งทำให้การทำงานของโปรแกรมมีข้อผิดพลาด
บั๊ก ที่พบเกิดขึ้นในซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า OpenSSL คือ เวอร์ชั่น 1.0.1 ที่ออกมาในปี 2012 โปรแกรมนี้ใช้สำหรับ Private/Public Key ที่ใช้ในการเข้าและถอดรหัสข้อมูลต่างๆ มีซอฟต์แวร์หลายๆ ตัวที่มีการทำงานในส่วนของการเข้าและถอดรหัส ซึ่งก็ใช้ซอฟต์แวร์ตัวนี้ทั้งนั้น ทางกูเกิลตั้งชื่อว่า Heartbleed Bug เนื่องจากหากเจาะเข้ามาในระบบก็สามารถดึงข้อมูลในหน่วยความจำที่เซิร์ฟเวอร์รับส่งให้กับไคลเอนต์ได้
OpenSSL เวอร์ชั่นนี้ ได้ถูกติดตั้งไว้เป็นมาตรฐานบนระบบปฏิบัติการ Linux เช่น
Debian Wheezy (stable), OpenSSL 1.0.1e2+deb7u4
Ubuntu 12.04.4 LTS, OpenSSL 1.0.14ubuntu5.11
CentOS 6.5, OpenSSL 1.0.1e15
Fedora 18, OpenSSL 1.0.1e4
OpenBSD 5.3 (OpenSSL 1.0.1c 10 May 2012) and 5.4 (OpenSSL 1.0.1c 10 May 2012)
FreeBSD 10.0 – OpenSSL 1.0.1e 11 Feb 2013
NetBSD 5.0.2 (OpenSSL 1.0.1e)
OpenSUSE 12.2 (OpenSSL 1.0.1c)
โดยสถานะของซอฟต์แวร์ OpenSSL จะเป็นดังนี้
OpenSSL 1.0.1 รวมทั้ง 1.0.1f มีปัญหา
OpenSSL 1.0.1g ไม่มีปัญหา
OpenSSL 1.0.0 ไม่มีปัญหา
OpenSSL 0.9.8 ไม่มีปัญหา
หลายคนอาจไม่เข้าใจภาษาเทคนิคทางไอที อธิบายง่ายๆ คือ บั๊กที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้ใครก็ได้สามารถเข้ามาอ่านข้อมูลในหน่วยความจำของโปรแกรม OpenSSL บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ทำให้สามารถที่จะอ่านข้อมูลในส่วนของ Secret Key ของเซิร์ฟเวอร์ที่ถือว่าเป็นกุญแจลับในการถอดรหัสข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสอยู่ได้ เพราะในวงการอินเทอร์เน็ต ในเรื่องของความปลอดภัยนั้น เรามักจะใช้สิ่งที่เรียกว่า SSL/TLS เป็นมาตรฐานหลักในการควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล บริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, บริการอีเมล, การแชต (IM), หรือ VPS ส่วนใหญ่ต่างก็ใช้วิธีการเข้ารหัสข้อมูลด้วย SSL/TLS ด้วยกันทั้งสิ้น
ดังนั้น เมื่อเราไปใช้บริการเว็บไซต์ต่างๆ เหล่านั้น เบื้องหลังการทำงานของเว็บไซต์จะมีการเข้ารหัส/ถอดรหัส ข้อมูล โดยการใช้เจ้า OpenSSL ตัวนี้
ฉะนั้น ในขณะที่เจ้า OpenSSL มันทำงานอยู่ ก็จะเก็บข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น Key ต่างๆ หรือข้อมูลต่างๆ เอาไว้ในหน่วยความจำของโปรแกรมตัวนี้ และหากในขณะนั้นมีใครใช้ช่องโหว่นี้ในการเจาะเข้ามาในระบบเซิร์ฟเวอร์ของบริการเหล่านั้น ก็สามารถที่จะขโมยข้อมูลของเราไปได้นั่นเอง
ทั้งนี้ ปัจจุบันยอดการใช้อินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2556 มีอยู่ถึง 8.03 ล้านบัญชี ขณะที่ยอดบัญชีการใช้โมบายล์แบงกิ้ง มีอยู่ 1.16 ล้านบัญชี
และเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินทองของลูกค้า ทางธนาคารจึงต้องรีบปิดรูรั่วที่อาจเกิดขึ้น แม้จะยังไม่เกิดความเสียหาย เพื่อป้องกันไว้ก่อน และไม่รู้ว่าก่อนที่กูเกิลจะพบบั๊กนี้ ได้มีการนำช่องโหว่นี้ไปสร้างความเสียหายก่อนหน้านี้อย่างไรบ้าง
วิเทศ เตชางาม รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารมีทีมเฝ้าระวังด้านไอทีคอยตรวจสอบ สำหรับลูกค้าที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ขณะนี้ทุกธนาคารได้เร่งตรวจสอบบัญชีของลูกค้าว่ารายใดมีรูรั่วหรือไม่ เพื่อแจ้งให้แก้ไข
สำหรับระบบธนาคารเองเจอปัญหาในระบบอินทราเน็ตซึ่งเป็นระบบที่ใช้ภายในของธนาคาร ขณะนี้ได้สั่งให้แก้ไขแล้ว
“ขณะนี้ก็มีการเปลี่ยนยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดกันวุ่นวายไปหมด ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งโลก เพราะใช้ระบบเดียวกัน ทำให้อลหม่านพอควร แต่ลูกค้ารายย่อยอาจได้รับผลกระทบไม่มากนัก” วิเทศ กล่าว







