
กสิกรไทยเติมเต็มทุกกองทุน
ออกกองตราสารอินเดียรับกิมจิกองทุนหุ้นเอเชียขายกลางปีนี้
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กสิกรไทยเล็งออกกองตราสารหนี้อินเดีย ต้อนเงินกองทุนเกาหลีครบอายุอื้อ ส่วนกองทุนหุ้นเอเชียจ่อคลอดกลางปีนายรพี สุจริตกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทมองเห็นโอกาสการลงทุนในพันธบัตรของประเทศอินเดีย ซึ่งมีอันดับเครดิต ใกล้เคียงกับประเทศไทย คือ BBB จึงอาจจะจัดตั้งกองทุนเพื่อไปลงทุนผสมทั้งพันธบัตรของภาครัฐและตราสารหนี้ของภาคเอกชน เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนที่ดีขึ้น ส่วนผลตอบแทนจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะสามารถระบุได้เมื่อออกไปลงทุนจริง
“
เราพยายามหาโปรดักส์ใหม่ๆ มารองรับกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้ที่ทยอยครบอายุ ซึ่งพันธบัตรอินเดียก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นอกเหนือจากออกกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้กองใหม่ออกมารองรับ แม้ผลตอบแทนในปีนี้จะไม่มากเหมือนปีก่อน แต่ก็ยังดีกว่าพันธบัตรในประเทศหรืออัตราดอกเบี้ยเงินฝากในช่วงเวลาเดียวกัน” นายรพี กล่าวทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีบริษัทมีกองทุนพันธบัตรเกาหลีที่ครบอายุไปแล้วประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท และในเดือน พ.ค. นี้จะมีมากที่สุดประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท
สำหรับกองทุนหุ้นกู้เอกชนในประเทศตั้งแต่ต้นปีออกไปแล้ว 2 กอง มูลค่ากองทุนละ 4,000 ล้านบาท แต่ยอมรับว่าการออกกองทุนนี้ไม่ง่าย เนื่องจากจะต้องหาตราสารหนี้ที่จะลงทุน 4 บริษัท และอายุลงทุนเริ่มและจบพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทพยายามเน้นให้นักลงทุนไทยกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศ เพราะโอกาสมีอยู่มากและลดความเสี่ยง โดยบริษัทมีแผนที่จะออกกองทุนหุ้นที่ไปลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเศรษฐกิจเติบโตกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และปัจจุบันบริษัทยังไม่มีกองทุนหุ้นที่ลงทุนในภูมิภาคเอเชีย จึงเป็นการเติมเต็มผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน คาดว่าในช่วงกลางปีน่าจะสามารถเปิดตัวได้
นายรพี กล่าวว่า กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา (CTARAF) ก็ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมบ้าง แต่กองทุนมีประกันผลตอบแทนขั้นต่ำไว้ นักลงทุนจึงสบายใจได้ รวมทั้งกำลังหาสินทรัพย์ใหม่มาจัดตั้งกองทุนเพิ่มและเพิ่มทุนกองทุนเก่าด้วย
ณ วันที่ 26 มี.ค. 2553 บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในทุกธุรกิจรวมกัน ประมาณ 498,871 ล้านบาท เป็นอันดับ 2 รองจาก บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่มี AUM ประมาณ 5 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะช่วงชิงตำแหน่งที่ 1 กลับมา แต่ต้องติดตามดูกันอีกครั้งในช่วงสิ้นปี เนื่องจากปีนี้จะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหลายหมื่นล้านบาทที่ครบอายุ ซึ่งบริษัทจะสามารถยื่นเข้าไปบริหารแข่งกับรายอื่นได้
สำหรับธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น บริษัทยังเดินหน้าเรื่องการทำทางเลือกการลงทุน (Employee
’s Choices) อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยจุดแข็งจากการที่ธนาคารกสิกรไทยมีทีม KWe Plan ที่พร้อมจะไปให้ความรู้และให้คำแนะนำกับลูกค้าหรือสมาชิกที่มีความสนใจ






