
สถาบันเงินฝากลงพันธบัตรรับ2%
โพสต์ทูเดย์
— เปิดพอร์ตสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 3.9 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนพันธบัตรอายุ 35 ปี รับผลตอบแทน 2% ประชาชนลดฝากธนาคารหันไปลงทุนกองทุนประกันชีวิตนายสิงหะ นิกรพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์สมทบเงินเข้ากองทุนมีอัตราการเติบโตที่ลดลง เนื่องจากประชาชนมีการปรับรูปแบบการออมเงินจากการฝากธนาคารพาณิชย์ หันไปลงทุนในกองทุนรวมหรือซื้อประกันชีวิตแทน โดยปัจจุบันมีเงินกองทุน 3.83.9 หมื่นล้านบาท
สำหรับหลักการการลงทุนของสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะต้องมีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูงด้วย โดยเงินส่วนใหญ่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอายุเฉลี่ย 35 ปี กว่า 8090% และเน้นพันธบัตรที่มีสภาพคล่องสูง และที่เหลือจะนำเงินไปฝากสถาบันการเงินของรัฐ โดยที่ผ่านมาได้ผลตอบแทนปีละประมาณ 2% ทั้งนี้สถาบันคุ้มครองเงินฝากไม่สามารถนำเงินไปฝากธนาคารพาณิชย์ได้
ขณะนี้สถาบันคุ้มครองเงินฝากได้กำหนดกฎเกณฑ์ขั้นตอนในการคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมาย ซึ่งจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบบทบาทหน้าที่ของสถาบันคุ้มครองเงินฝากต่อไป
ทั้งนี้ สถาบันคุ้มครองเงินฝากค้ำประกันเงินฝากเต็มจำนวนในช่วง 3 ปีแรก คือ เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 255110 ส.ค. 2554 และเมื่อเข้าปีที่ 4 หรือนับตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 255410 ส.ค. 2555 จะลดการคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 50 ล้านบาท และในปีที่ 5 หรือวันที่ 11 ส.ค. 2555 เป็นต้นไป จะคุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อบัญชีเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่ต้องการค้ำประกันเงินฝากให้แก่ผู้ฝากรายย่อยเท่านั้น
สำหรับการนำส่งเงินธนาคารพาณิชย์ต้องนำส่งในอัตรา 0.4% ต่อปี โดยคิดจากฐานเงินฝากของแต่ละธนาคาร แบ่งเป็น 2 งวด งวดละ 0.2% ซึ่งตามกฎหมายใหม่กำหนดอัตราการนำส่งเงินตั้งแต่ 0.41% ของฐานเงินฝาก โดย ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2553 ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีเงินฝากรวม 6.55 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการปรับระบบการคำนวณเงินนำส่งของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝากใหม่ โดยจะคำนวณจากฐานเฉลี่ยรายวัน จากเดิมที่จะคิดเงินนำส่งจากฐานเงินฝากของบัญชีเงินฝากทั้งหมดเฉลี่ยเป็นรายเดือน เพื่อช่วยให้เกิดความเป็นธรรมในการคำนวณเงินนำส่งมากขึ้นแก่ธนาคารพาณิชย์







