
มาเลย์กระตุ้นSMEบริการ
คาดเพิ่มสัดส่วนหนุนจีดีพี60%ในปี2020ประเดิมส่งเสริมภาคบริการโลจิสติกส์
คาดเพิ่มสัดส่วนหนุนจีดีพี60%ในปี2020ประเดิมส่งเสริมภาคบริการโลจิสติกส์
รัฐบาลมาเลเซียวางแผนเร่งกระตุ้นธุรกิจเอสเอ็มอีภาคบริการ หวังเพิ่มจีดีพี 60% ภายในปี 2020
กระทรวงการค้าต่างประเทศและอุตสาหกรรมแห่งมาเลเซีย ร่วมมือกับหน่วยงานเพื่อการบริหารจัดการและการจัดส่งองค์การ (ปีมันดู) จัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการขยายตัวเติบโตของบรรดากิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภาคบริการให้เป็นไปได้อย่างดี โดยเฉพาะบริการขนส่ง (โลจิสติกส์) พร้อมขยายเป้าการเติบโตของรายย่อยภาคบริการให้อยู่ที่ 60% ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2020 จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 55%
รายงานจากหนังสือพิมพ์นิวสเตรทส์ ไทมส์ ระบุว่า แผนการดังกล่าวยังได้รับความร่วมมือจากสภาพัฒนาภาคบริการแห่งมาเลเซีย (เอ็มเอสดีซี) ซึ่งจะเป็น ผู้ตรวจสอบติดตามความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจเอสเอ็มอีภาคบริการของมาเลเซีย เพื่อศึกษาหาข้อจำกัดหรืออุปสรรค ก่อนรายงานให้กับทีมผู้เชี่ยวชาญพิเศษเพื่อคอยจัดการแก้ไข เพื่อให้ขีดความสามารถของเอสเอ็มอีเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงสุด
“ภาคบริการ (มาเลเซีย) โตได้ดี และเติบโตได้เร็วมากเมื่อเทียบกับธุรกิจในภาคอื่นๆ เห็นได้จากรายงานประจำไตรมาสของธนาคารเนการา ทว่า ผลงานดังกล่าวยังไม่เพียงพอ มาเลเซียยังจำเป็นต้องปรับปรุงพัฒนามาตรการพื้นฐานบางประการเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีรายย่อยในภาคบริการให้สามารถเติบโตได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้จีดีพีของประเทศขยายตัวดีขึ้น” มุสตาภา โมฮาเหม็ด รัฐมนตรีการค้าต่างประเทศและอุตสาหกรรม กล่าว
นอกจากนี้ รัฐมนตรีโมฮาเหม็ด ซึ่งกล่าวหลังการประชุมหารือแบบปิดกับตัวแทนเอ็มเอสดีซี ยังเปิดเผยว่า ท่ามกลางภาคบริการสำคัญที่ทางเอ็มเอสดีซีจะเข้าไปทบทวนดูแลครั้งนี้ ครอบคลุมถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมบริการขนส่ง และความก้าวหน้าของรายย่อยที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการขนส่งอีก 45 แห่ง โดยรวมถึงการพิจารณาความพร้อมในการเปิดให้ชาวต่างชาติเข้าร่วมลงทุนเพื่อส่งเสริมศักยภาพของภาคขนส่งอีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ การเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในกิจการภาคบริการขนส่งของมาเลเซีย ถือเป็นหนึ่งในแผนเปิดเสรีภาคธุรกิจเพื่อรับการเปิดประชุมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2015 โดยมาเลเซีย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ระบุว่า การเปิดตลาดค้าเสรีอาเซียนจะช่วยขยายฐานตลาดของภาคบริการขนส่งประเทศได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากการมุ่งส่งเสริมนวัตกรรมและกลยุทธ์เพิ่มผลผลิตในเอสเอ็มอี







