
แนะชิ้นส่วนไทยร่วมทุนญี่ปุ่น
สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ แนะเอสเอ็มอีร่วมทุนกับญี่ปุ่นรับมือการแข่งขัน
สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ แนะเอสเอ็มอีร่วมทุนกับญี่ปุ่นรับมือการแข่งขัน
นางอัชณา ลิมป์ไพฑูรย์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เปิดเผยถึงกรณีการเข้ามาลงทุนของธุรกิจเอสเอ็มอีญี่ปุ่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง (ซัพพลาย เชน) ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ว่า ในปี 2557 จะมีเอสเอ็มอีญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 3,000 ราย เพื่อขยายตลาดใหม่ และรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 เนื่องจากญี่ปุ่นมั่นใจในศักยภาพของพื้นฐานเศรษฐกิจไทย และเข้ามาเป็นซัพพลายเชนให้ธุรกิจญี่ปุ่น
อย่างไรก็ดี การเข้ามาดังกล่าวอาจจะกระทบกับผู้ผลิตชิ้นส่วนบางประเภท แต่สมาคมมองว่าผู้ประกอบการไทยก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน เนื่องจากจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ให้กับกลุ่มผู้ผลิตชาวไทย โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนที่ไทยยังไม่สามารถผลิตเองได้ในขณะนี้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัว เพราะท้ายที่สุดแล้วผู้ประกอบการทุกรายก็ต้องไปลงทุนในต่างประเทศ หากญี่ปุ่นไม่เข้ามาลงทุนในบ้านเรา บริษัทไทยก็จะต้องไปลงทุนต่างประเทศเช่นกัน
ดังนั้น สมาคมจึงแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยควรจะมีการลงทุนร่วมกับญี่ปุ่น เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย โดยไทยจำเป็นต้องศึกษาเทคโนโลยีและวิธีการผลิตอย่างละเอียด เพื่อนำมาปรับปรุงการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ เนื่องจากเทคโนโลยีของญี่ปุ่นนั้นมีนวัตกรรมที่ก้าวหน้ากว่าของไทย ชิ้นส่วนของญี่ปุ่นจึงมีคุณภาพที่ดีกว่า
สำหรับผลประโยชน์ของการร่วมมือกันนี้ จะช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์มีต้นทุนที่ถูกลงแต่อาจกระทบกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศที่ผลิตชิ้นส่วนประเภทเดียวกัน แต่เมื่อมองจากแนวโน้มหรือเทรนด์ของโลกที่จะมีการเปิดเสรีทางการค้ากันอย่างเต็มที่ ผู้ประกอบการก็ต้องทำใจและเตรียมพร้อมรับมือ
นางอัชณา กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยต้องปรับปรุงทางด้านพีซีดี หรือ โปรดักต์ ไพรซ์ เดลิเวอร์ ด้วยการพัฒนาคุณภาพสินค้า ดูแลเรื่องราคาให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม และมีการส่งมอบที่รวดเร็ว







