
แม่ลูกผูกพันครอบครัวเชี่ยวหัตถ์พงษ์
แน่นอนว่า ลูกสาวคนโตกับคุณแม่นั้นมักจะสนิทสนมกันมากอยู่แล้ว นอกจากเป็นลูกรักแล้ว ยังเป็นเพื่อนแม่เวลาแต่งตัวไปช็อปปิ้งอีกด้วย พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เช่นแม่ลูกคู่นี้
แน่นอนว่า ลูกสาวคนโตกับคุณแม่นั้นมักจะสนิทสนมกันมากอยู่แล้ว นอกจากเป็นลูกรักแล้ว ยังเป็นเพื่อนแม่เวลาแต่งตัวไปช็อปปิ้งอีกด้วย พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เช่นแม่ลูกคู่นี้
เรื่อง อนุสรา ทองอุไร / ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
แน่นอนว่า ลูกสาวคนโตกับคุณแม่นั้นมักจะสนิทสนมกันมากอยู่แล้ว นอกจากเป็นลูกรักแล้ว ยังเป็นเพื่อนแม่เวลาแต่งตัวไปช็อปปิ้งอีกด้วย พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เช่นแม่ลูกคู่นี้ คุณแม่อรุณ กับน้องเอิร์ธ-ธันยพร เชี่ยวหัตถ์พงษ์ เจ้าของกิจการจิวเวลรี เกรซ ออฟ อาร์ท ลูกสาวคนโตที่มารับช่วงธุรกิจของครอบครัว
คุณแม่เป็นฝ่ายเปิดใจว่า ตอนเรียนจบใหม่ๆ คุณลูกขอไปทำงานข้างนอกสักระยะหนึ่งก่อนสัก 2-3 ปี คุณแม่ว่าจะตามใจ แต่ที่สุดไปได้ไม่กี่เดือนก็ต้องขอให้ออกมา เพราะกำลังขยายธุรกิจ ต้องการคนช่วย แน่นอนได้ลูกมาช่วยก็ย่อมดีกว่า เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมาสืบทอดกิจการของครอบครัวอยู่ดี เพราะตั้งใจสร้างเอาไว้ให้ลูกและเป็นธุรกิจที่ก็มีอนาคต
“มาทำงานด้วยกันแม่ก็สอนเขาทุกอย่าง เรื่องงาน เรื่องการใช้เงิน การวางตัว การคบคน การใช้ชีวิต แม่ไม่พูดมาก แต่ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เรื่องการเลี้ยงลูกแม่ทุ่มเท ตั้งใจมาก เรื่องการเรียนของลูกก็เหมือนกัน เต็มที่ทุกอย่าง เราเรียนน้อยก็อยากให้ลูกได้เรียนเยอะๆ จะได้ทำงานสบาย ไม่เหนื่อยเหมือนเรา แม่เรียนมาน้อย กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ลำบากและเหนื่อยมามาก” คุณแม่กล่าวอย่างรักใคร่ในตัวลูกๆ
คุณแม่ว่าการสอนโดยทั่วไปไม่เน้นอะไรเป็นพิเศษ สอนแบบที่พ่อแม่ทั่วไปควรจะสอน แต่ที่ห่วงมากหน่อยก็คือเรื่องการใช้เงิน ต้องรู้จักเก็บจักออม เดี๋ยวจะไม่มีเงินไปลงทุนธุรกิจ คือทำอะไรด้วยเงินสด ด้วยเงินเราเองดีกว่าไปกู้แบงก์ต้องเสียดอก กู้เขาแล้วไม่สบายใจ ซึ่งเห็นเด็กสมัยนี้ใช้เงินแล้วเป็นห่วงเหลือเกิน ใช้เงินกันง่ายเหมือนเงินไม่มีค่า ใช้ของแพงๆ ประเดี๋ยวประด๋าวซื้อใหม่อีกแล้ว แต่โชคดีที่ลูกเธอไม่ค่อยฟุ่มเฟือยเท่าไหร่ ยังพอใช้เงินกันเป็น เพราะเน้นสอนมากเรื่องนี้ ด้วยกลัวอนาคตลูกจะลำบากหากใช้เงินไม่เป็น
“เงินล้านเดี๋ยวนี้ถ้าใช้ไม่เป็นแป๊บเดียวก็หมด แต่หาเป็นเดือนกว่าจะได้ การหาเงินเก่งยังไม่สำคัญเท่ากับเก็บเงินเก่งนะ” คุณแม่กล่าวด้วยความห่วงใย
ด้านลูกสาวบอกว่า คุณแม่เป็นผู้หญิงที่ทำงานเก่ง และเป็นแม่ที่ดี กับลูกแม่ใกล้ชิดดูแลเต็มที่ตั้งแต่เล็กจนโต พอลูกโตแม่ก็ทำงานหนักเต็มที่ แม่มักบอกว่าถึงจะเป็นเจ้าของเองก็รักสบายไม่ได้ ต้องทำงานให้หนักกว่าคนอื่น ลูกน้องเลิก 6 โมงเย็น แต่แม่ยังทำงานถึง 2-3 ทุ่มทุกวัน ต้องทุ่มเท เป็นเจ้าของถ้าไม่ทุ่มเทแล้วใครจะทำให้เต็มที่
“หนูก็มีคุณแม่เป็นแบบอย่าง ยังคิดว่าถ้าเราเป็นแม่คนแล้วเราจะทำได้แบบแม่เรามั้ย เพราะแม่สุดยอดมาก เรื่องลูกนี่เขาสุดๆ จะเรียนอะไรแพงยังไงแม่ไม่เกี่ยงเลย แม่เป็นทุกอย่างในชีวิตหนูเลย ถ้าหนูทำได้สักครึ่งของแม่หนูก็ดีใจแล้ว ตอนนี้พยายามเรียนรู้จากคุณแม่ให้มากที่สุด แม่ไม่ดุ ไม่พูดมาก แต่แม่จริงจัง มีวินัยเรื่องงาน ไม่มีเล่นๆ เลย” คุณลูกบอกทิ้งท้าย
ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด
บางคนอาจมองว่าแม่ลูกทำงานด้วยกันจะดูเป็นระบบครอบครัวไปหน่อย ไม่มืออาชีพ ลูกในสายตาแม่ยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่เรื่อยไป พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ จิตแพทย์ กล่าวว่า แม่ลูกแม้ทำงานด้วยกันก็ไม่มีข้อเสียอะไร เพราะคุณแม่จะได้สอนงานเต็มที่ไม่มีกั๊ก เพื่อให้ลูกเก่งมาแทนคุณแม่ได้ในอนาคต ส่วนลูกก็ซักถามได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ เพราะเป็นคุณแม่ตัวเอง จะดุบ้างแต่ทุกอย่างก็เต็มไปด้วยความหวังดี ไม่ได้มีผลประโยชน์ขวางกั้นเหมือนเจ้านายลูกน้องอื่นๆ ที่อาจจะมีกั๊กมีเม้มไม่เต็มใจสอน
ข้อเสียอาจมีบ้างเล็กน้อย เช่นที่คุณแม่อาจจะเห็นว่าลูกก็เป็นเด็กน้อยวันยังค่ำ ไม่ว่าลูกจะอายุ 30 หรือ 40 ปีแล้วก็ตาม จึงไม่ปล่อยให้ได้ตัดสินใจจริงๆ ยังมีคุณแม่ควบคุมการตัดสินใจอยู่ร่ำไป
อย่างไรก็ตาม หากมองโลกด้วยความเป็นจริงว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างมีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ปะปนกันไป เพียงแต่เราเลือกมองแต่แง่ดี และทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทุกอย่างก็จะลงตัวขึ้น และเมื่อนานวันเข้าประสบการณ์จะสอนให้ลูกแข็งแกร่ง ทุกคนย่อมเรียนรู้ที่จะเติบโต ถ้าลูกพิสูจน์ฝีมือให้เห็นคุณแม่ก็จะวางใจได้ในที่สุด







