
ขอ8พันล้านจ่ายรถคันแรก
กิตติรัตน์ชงครม.ของบกลางยืมเงินคงคลัง จ่ายคืนคนซื้อที่ยังไม่ได้เพื่อลดแรงกดดัน
กิตติรัตน์ชงครม.ของบกลางยืมเงินคงคลัง จ่ายคืนคนซื้อที่ยังไม่ได้เพื่อลดแรงกดดัน
กิตติรัตน์เสนอ ครม.ขอใช้งบกลาง 8,000 ล้านบาท จ่ายคืนภาษีรถคันแรก
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้ลงนามในหนังสือเรื่องขอเงินงบกลางเพื่อนำมาจ่ายคืนภาษีรถคันแรกแล้ว และเตรียมส่งเรื่องให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณา ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจาก ครม.อนุมัติแล้ว ก็จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นชอบ เพราะเป็นการขอใช้เงินช่วงเป็นรัฐบาลรักษาการ
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคลังของบไป 8,000 ล้านบาท ไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการของบเตรียมไว้จ่ายให้ผู้ซื้อรถคันแรกจนถึงสิ้นปีงบ 2557 หรือเดือน ก.ย. 2557 ส่วนการจ่ายในปีงบ 2558 นั้น คงต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะนำเงินมาจากส่วนไหน เพราะการจัดทำงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2558 ล่าช้า ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่มาอนุมัติ
สำหรับการขอใช้เงินจากงบกลางเพื่อนำมาจ่ายให้โครงการรถคันแรกนั้นจะเป็นในส่วนของงบกลาง ซึ่งน่าจะมีเงินอนุมัติให้โครงการนี้ เพราะทางกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเงินจากการขายข้าวมาใช้คืนเงินที่ขอยืมไปจ่ายให้โครงการจำนำข้าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากเงินที่ขอเบิกจากงบกลางไป 2 หมื่นล้านบาท คาดว่ากระทรวงพาณิชย์จะคืนเงินทดรองราชการที่ยืมไปได้ครบภายในวันที่ 31 พ.ค. ตามที่ กกต.กำหนดอย่างแน่นอน
“เท่าที่ประเมินต้องใช้เงินจ่ายผู้ที่ได้สิทธิรถคันแรก 1.5 หมื่นล้านบาท ลดลงจากที่เคยประเมินว่าจะต้องใช้เงิน 2.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้สละสิทธิประมาณ 1 แสนราย ทั้งนี้หลังสงกรานต์จะเชิญค่ายรถยนต์มาสรุปโครงการรถคันแรกอีกครั้ง” นายรังสรรค์ กล่าว
ขณะที่ยอดการคืนเงินภาษีรถคันแรกล่าสุด ณ เดือน มี.ค. 2557 อยู่ที่ 9.01 แสนราย คิดเป็นเงิน 6.33 หมื่นล้านบาท จากยอดผู้เข้าโครงการทั้งหมด 1.25 ล้านราย คิดเป็นวงเงิน 9.21 หมื่นล้านบาท และในวันที่ 9 เม.ย.นี้จะโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิอีก 5.37 หมื่นราย วงเงิน 4,082 ล้านบาท
นายรังสรรค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของงบปี 2558 ที่อาจจะต้องล่าช้าออกไปนั้นสามารถเบิกจ่ายงบประจำในลักษณะงบกลางไปก่อนในวงเงินเดียวกับงบปี 2557 ได้ หลังจากนั้นต้องเสนอ กกต.เห็นชอบ เพราะเป็นการขอใช้เงินช่วงรัฐบาลรักษาการ
ส่วนการจ่ายคืนในช่วงปีงบ 2558 เริ่มเดือนต.ค. 2557 เชื่อว่าสำนักงบประมาณจะมีทางออกในเรื่องนี้ ซึ่งเท่าที่กรมประเมินต้องใช้เงินจ่ายผู้ที่ได้สิทธิ์รถคันแรก 1.5 หมื่นล้านบาท ลดลงจากที่เคยประเมินว่าจะต้องใช้เงิน 2.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้สละสิทธิ์ประมาณ 1 แสนราย ทั้งนี้ หลังสงกรานต์จะเชิญค่ายรถยนต์มาสรุปโครงการรถคันแรกอีกครั้ง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประชาชนที่ได้รับสิทธิคืนภาษีโครงการรถคันแรกในช่วงเดือน ก.ค.ก.ย. 2557 อาจได้รับเงินคืนล่าช้าออกไป เนื่องจากวงเงินงบประมาณปี 2557 ที่ตั้งไว้จ่ายคืนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิ 4 หมื่นล้านบาท ได้ทยอยโอนให้ผู้ที่ได้รับสิทธิหลังครอบครองรถครบ 1 ปีไปแล้วกว่า 3.07 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ทำให้มีเงินเหลือจ่ายเพียง9,217 ล้านบาท ซึ่งจะรองรับการจ่ายเงินภาษีคืนในช่วง 2 เดือนหลังจากนี้เท่านั้น หรือไม่เกินเดือนมิ.ย. เงินก็จะหมด เพราะกรมสรรพสามิตสามารถจ่ายเงินคืนได้เฉลี่ยเดือนละ 4,0005,000 ล้านบาท ดังนั้นผู้มีสิทธิได้คืนภาษีกลุ่มนี้ต้องรอการจัดสรรเงินรอบใหม่
"คาดว่ายอดคืนภาษีของปีงบ2557 นี้อาจมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท หากงบก้อนแรกหมดคงต้องรอเงินรอบใหม่ แต่ช่วงรัฐบาลรักษาการการจัดสรรเงินล่าช้าและมีขั้นตอนนาน เพราะต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง" แหล่งข่าวเปิดเผย
สำหรับแนวทางการจัดสรรเงินมาจ่ายคืนเงินภาษีให้ผู้ได้รับสิทธิมี 2 แนวทาง คือ กันเงินจากการเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตมาใช้ก่อนโดยในปีงบประมาณ 2557 ตั้งเป้าหมายเก็บภาษีไว้ 4.6 แสนล้านบาท หรือจะดึงเงินจากเงินคงคลังเหมือนปีงบประมาณ 2556 โดยใช้อำนาจของ รมว.คลังลงนาม แต่จะต้องใช้คืนในปีงบประมาณถัดไป
อย่างไรก็ตาม ยอดการคืนเงินภาษีรถคันแรกยอดล่าสุด ณ เดือนมี.ค. 2557 อยู่ที่ 9.01 แสนรายคิดเป็นเงิน 6.33 หมื่นล้านบาทจากยอดผู้เข้าโครงการทั้งหมด 1.25 ล้านราย คิดเป็นวงเงิน 9.21 หมื่นล้านบาท และในวันที่ 9 เม.ย.นี้จะโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิอีก 5.37 หมื่นรายวงเงิน 4,082 ล้านบาท







